สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

ผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ยิงในงานเลี้ยงสื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์ ขณะที่หลายฝ่ายยังตั้งคำถามถึงเหตุจูงใจ

SHORT CUT

  • เกิดเหตุชายชื่อ โคล โทมัส อัลเลน ก่อเหตุกราดยิงใกล้งานเลี้ยงอาหารค่ำที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วม ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมอาวุธหลายชนิด
  • ผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี จากการพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงพร้อมอาวุธ
  • หลักฐานอีเมลที่ส่งถึงครอบครัวก่อนก่อเหตุ บ่งชี้ว่าแรงจูงใจมาจากความไม่พอใจต่อนโยบายของรัฐบาลทรัมป์

ผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ยิงในงานเลี้ยงสื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์ ขณะที่หลายฝ่ายยังตั้งคำถามถึงเหตุจูงใจ

เสียงปืนในห้องอาหาร

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา มีเสียงปืนดังขึ้นในระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่มีนักข่าวและบุคคลสำคัญหลายร้อยคนเข้าร่วม โดยมือปืนได้เปิดฉากยิงใกล้กับจุดตรวจรักษาความปลอดภัย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมระหว่างทางไปยังบันไดที่ทอดลงไปยังห้องจัดเลี้ยง 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเขามีอาวุธหลายชนิดและดูเหมือนจะลงมือเพียงลำพัง โดยในระหว่างการปะทะกัน มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางคนหนึ่งถูกยิง แต่รอดชีวิตเพราะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ละสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ได้ถูกนำตัวออกจากงานอย่างปลอดภัย แม้ว่าเขาแทบจะต้องหมอบกับพื้นและคลานออกจากห้องอาหารตามคำแนะนำของหน่วยรักษาความปลอดภัยก็ตาม ส่วนผู้ร่วมงานคนอื่นต่างพากันก้มหลบอยู่ใต้โต๊ะ และใช้เก้าอี้เป็นที่กำบัง ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายนายถืออาวุธยืนประจำการบนเวทีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยิงตอบโต้

ตั้งข้อหา 'พยายามลอบสังหาร' แต่ยังไม่ยืนยันสาเหตุ

ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมมีชื่อว่า โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี มาจากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีอาชีพครูสอนพิเศษและนักพัฒนาเกมมือสมัครเล่น โดยรายงานระบุว่าเขาเป็นแขกของโรงแรมที่จัดงาน และพบว่ามีทั้งปืนลูกซอง ปืนพก และมีดอยู่ในครอบครอง ในขณะก่อเหตุ

อัลเลนซึ่งเป็นครูสอนพิเศษระดับมัธยมปลายที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมเครื่องกลและวิทยาการคอมพิวเตอร์ ถูกนำตัวขึ้นศาลในวันจันทร์ และถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี จากการพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวพร้อมอาวุธ

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

เจ้าหน้าที่ยังได้รับหลักฐานเป็นอีเมลล์จดหมายที่อัลเลนส่งถึงครอบครัวก่อนลงมือก่อเหตุเพียงไม่กี่นาที กล่าวถึงความไม่พอใจบางประการต่อเจ้าหน้าที่รัฐและนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า “ฉันไม่ใช่คนที่ถูกข่มขืนในค่ายกักกัน ฉันไม่ใช่ชาวประมงที่ถูกประหารชีวิตโดยไม่ได้รับการพิจารณาคดี ฉันไม่ใช่เด็กนักเรียนที่ถูกระเบิดเสียชีวิต หรือเด็กที่อดอยาก หรือเด็กสาววัยรุ่นที่ถูกล่วงละเมิดโดยอาชญากรมากมายในรัฐบาลนี้” ซึ่งดูเหมือนจะอ้างถึงประเด็นต่างๆ ตั้งแต่การกักกันผู้อพยพภายใต้รัฐบาลทรัมป์ การโจมตีเรือขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน การทิ้งระเบิดโรงเรียนหญิงในอิหร่าน และคดีอื้อฉาวของเอปสไตน์

ในจดหมายยังระบุด้วยว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้ผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ข่มขืน และทรยศชาติ เอาความผิดมาแปะมือข้าพเจ้าอีกต่อไป"

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

นักวิเคราะห์มองว่า แม้จดหมายดังกล่าวจะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่ยังคงอยู่ในกรอบความคิดของอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายทั่วไปในปัจจุบัน จึงยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อัลเลนซึ่งใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ความรุนแรงเป็นทางออก เพราะโดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำรุนแรงสุดโต่งมักมีความแค้นฝังใจที่ได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวบางอย่าง จนคนรอบข้างสามารถสังเกตุเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

ขณะที่อัยการรัฐบาลกลาง ได้ใช้หลักฐาน 'ภาพเซลฟี่' ที่อัลเลนถ่ายตัวเองผ่านกระจกในห้องพักโรงแรม ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนก่อเหตุ ซึ่งในภาพแสดงให้เห็นการพกพาอาวุธปืนหลายประบอก มีดพก และกระเป๋าบรรจุกระสุน และภาพนี้ถูกใช้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเขาควรถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว

สรุปเหตุกราดยิงในงานเลี้ยง สู่ข้อหา 'พยายามลอบสังหารทรัมป์'

ล่าสุด อัลเลนถูกนำตัวขึ้นศาลของรัฐบาลกลางเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 30 เม.ย. โดยไม่ได้ให้การใดๆ ต่อศาล ส่วนทนายของเขาระบุว่า อัลเลนยินยอมที่จะถูกควบคุมตัวในห้องขังต่อไป