
ปี2569 ‘พาณิชย์’ หนุนภาคธุรกิจรับการค้าเปลี่ยน-ปราบนอมินี ใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูล จัดสัมมนาใหญ่ “Mission to Win for The Game Changer” เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก ยุคการค้าโลกเปลี่ยน
ในวันที่โลกการค้าเปลี่ยนจังหวะเร็วกว่าเดิม เกมธุรกิจไม่ได้วัดกันแค่ใคร 'ใหญ่กว่า' แต่ใคร 'ปรับตัวทันกว่า' ธุรกิจไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ กติกาการค้าที่เปลี่ยนแปลง และผู้เล่นจากทั่วโลกที่รุกตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้บริบทเช่นนี้ การตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน คือการเตรียมความพร้อม เสริมศักยภาพ และยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีความแข็งแกร่ง รอบรู้ และพร้อมก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งมือในเรื่องนี้ อย่างล่าสุด ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ “Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” โดย ‘ศุภจี’ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำไม่ถึงร้อยละ 2 และยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยคือการส่งออก
ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตสูงจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากความกังวลด้านมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) แต่ในปีนี้แนวโน้มการส่งออกอาจชะลอลงและมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว ในส่วนของด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถึง 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 480,000 ล้านบาท โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต (fast pass)และกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนคำขอส่งเสริมการลงทุนให้เป็นการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม
‘ศุภจี’ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยโลกมองว่า “เอเชียคือโอกาส” และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นานาชาติต้องการสร้างความร่วมมือมากขึ้น
สำหรับยุทธศาสตร์ภูมิภาคไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค รวมทั้งบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอาเซียนจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ พร้อมระบุว่า AI จะไม่มาแทนคน แต่ที่สำคัญคนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้”
สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งดำเนินการ 6 ด้านหลัก ได้แก่
1.การขยายตลาดใหม่และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่
2.เร่งสรุปการเจรจา FTA และทำให้ FTA ที่มีอยู่แล้ว 14 ฉบับ มีความร่วมสมัย
3.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้วยมาตรการทางการค้า
4.ร่วมแก้เกม เมื่อถูกไต่สวน
5.รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทย ใช้ local content ไทย
6.การปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักและการยกระดับมาตรฐานสินค้า
และยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)
การทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก ศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้าไทยในวันที่โลกเปลี่ยนเกม : พลิกวิกฤตเป็นแต้มต่อ คว้าชัยในสมรภูมิการค้าโลก” โดยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)
นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาเชิงเทคนิค “The Game Changer : ติดอาวุธเทคนิค แก้เกมมาตรการการค้า พลิกกฎเกณฑ์เป็นแต้มต่อเหนือคู่แข่ง” จากผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าและกฎระเบียบการนำเข้า–ส่งออกของสหรัฐอเมริกาและอินเดีย พร้อมจัดคลินิกให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของกรมการค้าต่างประเทศด้วย