
SHORT CUT
Energy Playground พื้นที่เรียนรู้เรื่องไฟแดดที่ทำให้พลังงานเป็นเรื่องของทุกคน ชวนฟังเสียงประชาชนสู้ค่าไฟแพงผ่านมุมมองเชฟและคนทำบ้าน เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรมและพึ่งพาตัวเองได้จริง
ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น หนึ่งในภาระที่หนักหน่วงที่สุดของครัวเรือนไทยคือ 'ค่าไฟฟ้า' ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ประชาชนทั่วไปทำได้เพียง 'รับสภาพ' และจ่ายเงินตามบิลที่ได้รับในแต่ละเดือน อย่างไรก็ตาม งาน Energy Playground ที่จัดโดย makesense Asia ได้พยายามทลายความเชื่อเดิมที่ว่าเรื่องพลังงานเป็นเรื่องเฉพาะทางของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้กำหนดนโยบายเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องของ 'ทางเลือก' และ 'การพึ่งพาตนเอง' ที่ทุกคนควรมีส่วนร่วม
ในมุมมองของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พลังงานไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่าง แต่คือต้นทุนหลักที่กำหนดความอยู่รอด เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป จากร้านอัคคี ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสร้างระบบอาหารแบบ Closed-loop หรือการหมุนเวียนทรัพยากรภายในร้าน ตั้งแต่การปลูกผัก เลี้ยงไก่ ไปจนถึงการจัดการขยะให้กลายเป็นปุ๋ย
เชฟอู๋ชี้ให้เห็นว่า 'พลังงาน' คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรคต่อความยั่งยืน เพราะธุรกิจอาหารต้องใช้พลังงานตลอดเวลา ทั้งเครื่องปรับอากาศและตู้แช่แข็ง การมองหาทางเลือกอย่าง ไฟแดด หรือ โซลาร์เซลล์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษ์โลก แต่คือความพยายามที่จะพึ่งพาตนเองเพื่อลดต้นทุนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัตถุดิบทางธรรมชาติ เช่น มะพร้าวทับสะแกที่เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ
Greenpeace Thailand และ JET in Thailand ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า แม้ประเทศไทยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจำนวนมาก แต่สิ่งที่ขาดหายไปในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบายคือ 'เสียงของประชาชน'
จากการสำรวจความเห็นผ่านกิจกรรม Power Café และแบบสอบถามจากประชาชน 413 คน ใน 45 จังหวัด พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
แรงจูงใจหลัก: 'ค่าไฟแพง' คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้คนสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
อุปสรรคสำคัญ: ประชาชนส่วนใหญ่ยังติดขัดเรื่องเงินทุนและข้อมูลที่เชื่อถือได้
ความต้องการจากรัฐ: มีการเสนอแนวคิดเรื่องกลไกสนับสนุน เช่น 'โครงการโซลาร์คนละครึ่ง' ที่รัฐร่วมออกค่าติดตั้งครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดกำแพงเรื่องงบประมาณเบื้องต้น
บทสนทนาจากกลุ่มคอมมูนิตี้ออนไลน์อย่าง 'งานบ้านที่รัก' ซึ่งมีสมาชิกเกือบ 2 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป จีน่า จากเพจ 'จั๊ดบ้าน' ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์อาจเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรง เช่น ปัญหา PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ บ้านในอนาคตอาจต้องทำหน้าที่เป็นหลุมหลบภัย ที่สามารถผลิตพลังงานสะอาดใช้เองได้ เพื่อขับเคลื่อนระบบกรองอากาศหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าไฟที่ผันผวนตามราคาก๊าซนำเข้า
หัวใจสำคัญของงาน Energy Playground คือการทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่ จับต้องได้ ผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น:
การแข่งขันรถของเล่นพลังงานแสงอาทิตย์: เพื่อให้เด็กและครอบครัวเข้าใจกลไกการเปลี่ยนพลังงานแดดมาเป็นพลังงานกล
ดนตรีบำบัดจากวง Isan Wellness Soundscape: ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนเสียงดนตรี แสดงให้เห็นว่าพลังงานสะอาดสามารถสอดแทรกอยู่ในทุกมิติของศิลปะและการเยียวยา
makesense Asia ในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของพลเมือง เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากความเข้าใจและการจินตนาการถึงทางเลือกใหม่ๆ โดยประชาชนเอง
งาน Energy Playground จึงไม่ใช่แค่การจัดงานรื่นเริง แต่คือการรวบรวมกลุ่มคนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ตั้งแต่เชฟ นักดนตรี ช่างเทคนิค ไปจนถึงแม่บ้าน เพื่อสร้างระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อการลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง
สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานที่สะอาดและยุติธรรม อาจไม่ได้เริ่มที่ห้องประชุมนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการสร้างพื้นที่ให้ประชาชนได้ส่งเสียง ได้ทดลอง และได้ตัดสินใจเลือกความมั่นคงทางพลังงานด้วยมือของพวกเขาเอง