สำรวจ ‘ทางลักผ่าน’ จุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศไม่ได้รับอนุญาต 793 แห่ง 43 จังหวัด

สำรวจ ‘ทางลักผ่าน’ จุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศไม่ได้รับอนุญาต 793 แห่ง 43 จังหวัด

ทั่วไทยยังมี ‘ทางลักผ่านรถไฟ’ 793 แห่ง ใน 43 จังหวัด หลายจุดไร้เครื่องกั้น-สัญญาณเตือน ท่ามกลางโศกนาฏกรรมรถไฟชนที่เกิดซ้ำ จนสังคมตั้งคำถามว่า ความสะดวกไม่กี่นาที กำลังแลกด้วยความเสี่ยงบนรางรถไฟหรือไม่

SHORT CUT

  • ทั่วประเทศยังมี ‘ทางลักผ่านรถไฟ’ ที่ไม่ได้รับอนุญาต 793 แห่ง ใน 43 จังหวัด หลายจุดไม่มีเครื่องกั้นและสัญญาณเตือนความปลอดภัย
  • การรถไฟแห่งประเทศไทย ปิดทางลักผ่านแล้ว 112 แห่ง และปรับปรุงคืนสภาพทางวิ่งเดิมอีก 63 แห่ง แต่ยังเหลือ 681 แห่ง อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ
  • อุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารใกล้แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน สะท้อนปัญหาความเสี่ยงบริเวณจุดตัดทางรถไฟ และตอกย้ำความสำคัญของ ‘วินัย-ความไม่ประมาท’ ในการใช้ทางข้ามรถไฟ

ทั่วไทยยังมี ‘ทางลักผ่านรถไฟ’ 793 แห่ง ใน 43 จังหวัด หลายจุดไร้เครื่องกั้น-สัญญาณเตือน ท่ามกลางโศกนาฏกรรมรถไฟชนที่เกิดซ้ำ จนสังคมตั้งคำถามว่า ความสะดวกไม่กี่นาที กำลังแลกด้วยความเสี่ยงบนรางรถไฟหรือไม่

เสียงหวูดรถไฟที่ดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที อาจกลายเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ‘ความปลอดภัย’ กับ ‘โศกนาฏกรรม’ ได้ในพริบตาเดียว เช่นเดียวกับอุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งล่าสุด เมื่อขบวนรถไฟสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดถนนอโศก-ดินแดง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน ก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้รถโดยสารอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ‘ความเสี่ยง’ ที่ยังคงซ่อนอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟของไทย

โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และทุกครั้งที่เกิดเหตุ มักมีคำถามตามมาว่า ‘สามารถป้องกันได้หรือไม่’ เพราะในหลายกรณีที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางรถไฟ มักเชื่อมโยงกับความประมาท การฝ่าฝืนสัญญาณเตือน รวมถึงปัญหา ‘จุดตัดทางรถไฟ’ ที่ยังขาดมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ทั่วประเทศยังพบ ‘จุดลักผ่าน’ หรือทางข้ามผิดกฎหมาย ที่ชาวบ้านใช้สัญจรเป็นประจำ แม้จะไม่มีเครื่องกั้น ไม่มีสัญญาณเตือน และไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องก็ตาม

วันนี้ #SPRiNG จะพาไปสำรวจปัญหา ‘จุดลักผ่านรถไฟ’ ทั่วประเทศ ว่ายังคงมีอยู่มากเพียงใด อยู่ในสภาพแบบไหน และเหตุใดปัญหาเดิมๆ จึงยังกลายเป็นชนวนของอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย เพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย เคยเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง ‘ทางลักผ่าน’ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟนั้น ทั่วประเทศมีทางลักผ่านที่ไม่ได้รับอนุญาตมากถึง 793 แห่ง ใน 43 จังหวัด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการรถไฟฯ เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนสามารถปิดทางลักผ่านไปแล้วจำนวน 112 แห่ง และปรับปรุงให้คืนสภาพทางวิ่งเดิมแล้ว 63 แห่ง แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2567 สามารถปิดทางลักผ่านได้ จำนวน 105 แห่ง และปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สามารถปิดทางลักผ่านเพิ่มอีกจำนวน 7 แห่ง

สำหรับการดำเนินการปิดทางลักผ่าน 112 แห่ง ทั่วประเทศที่ผ่านมา แบ่งเป็น ภาคกลาง 80 แห่ง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ระยอง ราชบุรี และสมุทรสาคร ภาคเหนือ 9 แห่ง จาก 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร และสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง จาก 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ลพบุรี ศรีสะเกษ และสระบุรี และภาคใต้ 15 แห่ง จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ขณะที่ทางลักผ่านอีก 681 แห่งนั้น อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัดและอำเภอ

อย่างไรก็ตามการรถไฟฯ ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนในการลดจำนวนอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟให้เหลือศูนย์ ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้จุดตัดทางรถไฟที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งมีระบบกั้นและสัญญาณเตือนที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ การรถไฟฯ ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงการใช้ทางลักผ่านที่ไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ใช้เฉพาะจุดตัดทางรถไฟที่มีการควบคุมและดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรั

related