เปิดระบบต่างประเทศ อุบัติเหตุ 'ทางข้ามทางรถไฟ' แก้อย่างไร?

เปิดระบบต่างประเทศ อุบัติเหตุ 'ทางข้ามทางรถไฟ' แก้อย่างไร?

อุบัติเหตุบริเวณทางข้ามทางรถไฟ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น แล้วประเทศอื่นทั่วโลก มีมาตรการรับมือปัญหานี้อย่างไร?

SHORT CUT

  • ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบตรวจจับ 3 มิติ เพื่อค้นหาสิ่งกีดขวางบนทางข้ามและแจ้งเตือนพนักงานขับรถไฟได้โดยตรง
  • สหรัฐอเมริกาเน้นการออกกฎหมายควบคุมและติดตั้งสัญญาณไฟเตือน ขณะที่ออสเตรเลียเปลี่ยนจากป้ายเตือนมาใช้ระบบตรวจจับแบบแอคทีฟที่มีทั้งไฟและเสียง
  • หลายประเทศในยุโรปมุ่งพัฒนาระบบเพื่อลดระยะเวลาการปิดทางข้าม การสร้างสะพาน หรือใช้ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

อุบัติเหตุบริเวณทางข้ามทางรถไฟ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น แล้วประเทศอื่นทั่วโลก มีมาตรการรับมือปัญหานี้อย่างไร?

บทความจากวารสาร Rail Engineer ชี้ แม้จะมีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาปรับปรุงและพัฒนาระบบรถไฟของหลายประเทศ แต่ 'ทางข้ามทางรถไฟ' ก็ยังคงเป็นจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนทั่วไปที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมรถไฟ และไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยของทางรถไฟ จึงมีโอกาสสูงมากที่จะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อคนเองและผู้อื่นได้

คำถามคือจะแก้ปัญหาและลดความเสี่ยงนี้อย่างไร?

IRSE ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพด้านการส่งสัญญาณรถไฟและโทรคมนาคม จึงได้ยกตัวอย่าง 'แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการข้ามทางรถไฟ' ในปัจจุบัน จาก ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาระบบความปลอดภัยสำหรับวิศวกรทั่วโลก

ภาพประกอบบทความเท่านั้น

ญี่ปุ่น: ติดตั้งระบบตรวจจับ 3 มิติ

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่น และใช้ระบบรถไฟเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของการสัญจรทั้งระยะใกล้และไกล มีทางข้ามรถไฟกว่า 34,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจุดที่ผู้ให้บริการรถไฟของญี่ปุ่นให้ความสำคัญคือทางข้ามรถไฟที่อยู่ในเขตเมือง ซึ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยบริเวณทางข้ามอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำกรอบเวลาที่แน่นอนของสัญญาณเตือนและการลดไม้กั้น ไปจนถึงการวางระบบ 3 มิติ อย่างขดลวดตรวจจับยานพาหนะจากใต้ดิน และลำแสงเลเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ทำงานได้ดีแม้จะมีหมอกหรือหิมะก็ตาม หากระบบเหล่านี้ตรวจพบสิ่งกีดขวางหลังการปิดการจราจรเสร็จสมบูรณ์แล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมจะใช้คันโยกมือเพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังคนขับรถไฟได้โดยตรง 

ปัจจุบันมีการติดตั้งระบบ 3 มิติบริเวณทางข้ามรถไฟแล้วกว่า 1,139 แห่ง ซึ่งช่วยลดเวลาการปิดทางข้ามได้เร็วขึ้น พร้อมมีการรณรงค์ระดับชาติให้ทุกคนใส่ใจมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด

ภาพประกอบบทความเท่านั้น

สหรัฐอเมริกา: รถประจำทางต้องหยุดก่อนถึงทางข้ามทางรถไฟ

สหรัฐอเมริกา ที่มีทางข้ามทางรถไฟกว่า 212,000 แห่ง  ก็มีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้มาตั้งแต่ปี 1972 มีการใช้งบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการติดตั้งไฟเตือนที่เชื่อมต่อกับสัญญาณไฟจราจรบนถนนที่อยู่ติดกัน 

ในบางรัฐมีกฎหมายที่ระบุว่า รถโดยสารประจำทางจะต้องหยุดรถก่อนถึงทางข้ามจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย และมีกฎหมายกำหนดความเร็วของเส้นทางรถไฟสายต่างๆ เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้สร้างทางข้ามทางรถไฟได้หรือไม่

ปัจจุบันยังมีการออกแบบและทดลองใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการตรวจจับสิ่งกีดขวาง เพื่อรองรับความเร็วของรถไฟที่แตกต่างกัน แต่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

ออสเตรเลีย: ใช้ระบบตรวจจับแบบแอคทีฟ

ออสเตรเลีย มีทางข้ามรถไฟ 23,000 แห่ง และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามอย่างน้อย 200 ราย ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้มีเพียง 'ป้ายเตือน' เท่านั้น

ล่าสุดออสเตรเลียได้ปรับเปลี่ยนระบบความปลอดภัยของทางข้ามทางรถไฟหลายแห่งไปเป็น 'ระบบตรวจจับแบบแอคทีฟ' เช่น ไฟกระพริบพร้อมเสียงเตือน อุปกรณ์กั้นทางที่แน่นหนา และติดตั้งประตูแบบล็อกได้สำหรับทางข้ามขนาดเล็กที่มีไว้ให้คนเดิน

ปัจจุบันยังมีความพยายามในการพัฒนาระบบเตือนภัยราคาประหยัด แต่ไม่ได้รับการอนุมัติเนื่องจากนักกฎหมายมองว่าราคาประหยัดอาจหมายถึงความปลอดภัยต่ำ โดยแนวทางที่ได้รับความสนใจมากกว่าคือการสร้างสะพาน แต่ก็แลกกับค่าใช้จ่ายมูลค่ามหาศาล

ยุโรป: พัฒนาระบบที่ลดระยะเวลาการปิดทางข้ามทางรถไฟ

สถานการณ์เกี่ยวกับทางข้ามทางรถไฟในยุโรปค่อนข้างแตกต่างกันในแต่ละประเทศ มีทั้งการใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ การควบคุมดูแลด้วยกล้องวงจรปิด แผงกั้นทางอัตโนมัติ ไปจนถึงการใช้เพียงป้ายบอกทาง 

แต่หลายประเทศก็กำลังปรับปรุงและพัฒนาระบบดังกล่าว โดยมุ่งเน้นไปที่การลดระยะเวลาการปิดทางข้าม การเปลี่ยนมาใช้สะพาน หรือการใช้ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง และคาดว่าจะมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อีกหลายอย่างในอนาคต

ภาพประกอบบทความเท่านั้น

IRSE มองว่า ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบริเวณทางข้ามรถไฟนั้น นับเป็นประเด็นร่วมที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การจราจรบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น 

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และความสูญเสียต่อชีวิตประชาชน ความท้าทายของวิศวกรจากทุกสาขา จึงเป็นการต้องคิดค้นแนวทางที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยไปพร้อมๆ กับการลดการปิดถนนให้น้อยที่สุด

related