
SHORT CUT
วิธีลงทะเบียนร้านค้า 'ไทยช่วยไทยพลัส' รายเดิม-รายใหม่ เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ ร้านค้าเดิมกดยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปถุงเงินกันได้เลย ส่วนรายใหม่ต้องไปลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย
โครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เตรียมเดินหน้า หลังรัฐบาลประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับวันลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. 2569 เวลาตั้งแต่ 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ในรอบนี้ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุน 60 /40 ข้อมูลเงื่อนไขของร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ สำหรับร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วม สามารถกดยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปถุงเงินกันได้เลย ส่วนรายใหม่ จะต้องไปลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย
เปิดบัญชีกรุงไทยหรือสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน ตรวจสอบคุณสมบัติร้านค้าเพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ
1.เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย ดังนี้
1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
1.2 ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
2. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
2.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย พลัส ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
ที่มา : thansettakij