
SHORT CUT
โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งเผชิญวิกฤตขาดแคลนแพทย์ เนื่องจากแพทย์ลาออกและไปศึกษาต่อ สาเหตุหลักมาจากภาระงานที่หนักเกินไป ค่าตอบแทนน้อย และการจ่ายเงินล่าช้า แพทย์จบใหม่เลือกเข้าระบบสาธารณสุขของรัฐในสัดส่วนที่น้อยลง
จากกระแสร้อนในโลกออนไลน์ กรณีที่เพจในแวดวงการแพทย์และสาธารณสุข ออกมาชี้ถึงปัญหา 'วิกฤตขาดแคลนแพทย์' ในระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนแหลายแห่ง กำลังประสบปัญหาขาดหมอ โดยเฉพาะหมออินเทิร์นจบปี 1 ที่จะต้องลงไปยังรพ.ชุมชนในปี 2 เพื่อชดใช้ทุน ยังไม่รวมหมอที่ไปศึกษาต่ออีก จนหลายรพ.ต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบ และหากอาการไม่รุนแรง ไม่ฉุกเฉิน ขอให้เข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยแทน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 69 เพจเฟชบุ๊ก โรงพยาบาลเชียงแสน จ.เชียงราย เผยแพร่ประกาศสำคัญจากโรงพยาบาลเชียงแสน รื่อง การให้บริการในช่วงสถานการณ์ขาดแคลนแพทย์ (เดือนมิถุนายน)
ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โรงพยาบาลเชียงแสนกำลังประสบภาวะขาดแคลนแพทย์ (เนื่องจากมีแพทย์ลาออกและไปศึกษาต่อรวม 4 ท่าน) ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอการจัดสรรแพทย์จากส่วนกลางเพิ่มเติม แม้ทางโรงพยาบาลได้ประสานขอรับการสนับสนุนแพทย์จากโรงพยาบาลเครือข่ายแล้ว แต่เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน จึงทำให้มีข้อจำกัดด้านกำลังคน
ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลจึงมีความจำเป็นต้อง ปรับรูปแบบการให้บริการชั่วคราว ซึ่งอาจส่งผลให้ระยะเวลารอคอยนานขึ้น โดยทางเราจำเป็นต้อง จัดลำดับการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤตเป็นลำดับแรก เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดความแออัด ทางโรงพยาบาลจึงขอความร่วมมือจากทุกท่าน ดังนี้
อาการเจ็บป่วยทั่วไป (ไม่รุนแรง) ขอความร่วมมือท่านเข้ารับบริการเบื้องต้นได้ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน, คลินิก หรือร้านยาคุณภาพใกล้บ้าน กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน / วิกฤต โรงพยาบาลยังคงเปิดให้บริการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง ตามปกติ
วันที่ 21 พ.ค.2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวการขาดแคลนแพทย์ในจังหวัดเชียงราย
ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายประสบสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงกำลังคนด้านการแพทย์เช่นเดียวกับหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะแพทย์จบใหม่หลังปฏิบัติงานครบช่วงอินเทิร์น 1 ซึ่งมีบางส่วนเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน
เดิมจังหวัดเชียงรายคาดว่าจะมีแพทย์ปฏิบัติงานต่อในระดับอินเทิร์น 2 สำหรับโรงพยาบาลชุมชน แต่ปัจจุบันมีจำนวนแพทย์ที่ปฏิบัติงานจริงลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงกำลังคนของโรงพยาบาลชุมชนเพิ่มเติมในบางส่วน
อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงรายได้มีการบริหารจัดการกำลังคนร่วมกันภายในเครือข่ายบริการสุขภาพ โดยให้โรงพยาบาลในจังหวัดร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือกันตามภาระงานและบริบทของแต่ละอำเภอ เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
นอกจากนี้ ได้มีการปรับระบบการจัดบริการ การจัดเวร การส่งต่อผู้ป่วย และการสนับสนุนบุคลากรระหว่างเครือข่ายบริการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังคนในปัจจุบัน
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ตระหนักและเข้าใจถึงความห่วงใยของประชาชนต่อสถานการณ์ดังกล่าว และขอยืนยันว่า ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยวิกฤต และบริการจำเป็นยังคงได้รับการดูแลอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการบริหารกำลังคนทางการแพทย์ เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพของจังหวัดสามารถดูแลประชาชนได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ด้านเพจ Drama-addict ออกมาแจ้งเตือนประชาชน ระบุว่า พ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ตามต่างจังหวัดที่ห่างไกลปีนี้เตรียมใจเอาไว้นะ หลายโรงพยาบาลชุมชนจะมีปัญหาขาดแคลนแพทย์ การให้บริการอาจจะล่าช้าหน่อย เพราะว่าหมอขาดแคลนหลายพื้นที่ทั่วประเทศเลย
ประเด็นนี้เกิดจากหลายปัจจัยมาก อย่างแรกบุคลากรทางการแพทย์ออกไปเยอะ ณ ปัจจุบันนี้แพทย์พยาบาลขาดประมาณ 10,000 อัตรา และงบประมาณ ที่กระทรวงมีก็ไม่เพียงพอที่จะจ้างเพิ่มเพื่อมาอุดช่องว่างตรงนี้ เห็นว่ากำลังร้องขอไปทางรัฐบาลเพื่อขอเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีกอย่างน้อยเกือบ 300 ล้านบาท
ปัจจุบันนี้เจอปัญหาแพทย์พยาบาลงานหนักมาก ผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็เยอะขึ้นมาก หลายโรงพยาบาลปัจจุบันคนไข้ ที่คลินิกผู้ป่วยนอก วันนึงเปาข้าไป 200 กว่าคนแล้ว หมอคนนึงต้องตรวจคนไข้อย่างน้อย 100 กว่าคนขึ้นไปรวมถึงภารกิจอื่นๆเช่นราวด์วอร์ด ทำคลอดผ่าผ่าตัดเล็ก และอื่นๆ
อีกทั้งยังประสบปัญหาต้นสังกัดค้างจ่ายตกเบิกเงินค่าตอบแทนนานมากๆทำให้บุคลากรจำนวนมากถอดใจและลาออกไปอยู่ภาคเอกชนกันเยอะมากๆ บ้างก็เปลี่ยนสายงานเปลี่ยนอาชีพไปเล
แต่ทีนี้ของปีนี้ที่เกิดปัญหาพิเศษ มีที่มาที่ไปจากอีกประเด็นหนึ่ง นั่นคือปีนี้มีการจัดสรรโควตาแพทย์ในพื้นที่ต่างๆเสียใหม่ โดยจัดสรรโควตาไปยังพื้นที่ขาดแคลนเพิ่ม เพื่อหวังว่าโรงพยาบาลที่ห่างไกลและขาดแคลนแพทย์จะได้มีบุคลากรมากขึ้น
ซึ่งปีก่อนก่อนที่ผ่านมาปกติจะจับฉลากจัดสรรโควตาพร้อมพร้อมกัน ซึ่งพื้นที่ที่ขาดแคลนมักจะเป็นพื้นที่ที่คนไม่ค่อยอยากไปอยู่แล้วและมักจะถูกเลือกเป็นอันดับท้ายท้าย แต่ปีนี้จะให้พื้นที่ขาดแคลนได้เลือกเป็นอันดับแรกก่อน
สรุปคือ ปีนี้หมอจบใหม่ที่ผลิตมา 2800 คน แต่เข้าสู่ระบบของกระทรวงสาธารณสุขแค่ 1600 คน (อีก 1000 กว่าคนที่เหลือก็ไปภาคเอกชนกัน) ก็จะเลือกโควตาพื้นที่ขาดแคลนก่อน 180 คน จากนั้นที่เหลือ 1400 กว่าคนก็จะไปจับฉลากและถัวเฉลี่ยกันทั่วประเทศ
นอกจากนั้นปีนี้ยังมีการเพิ่มโควตาแพทย์จบใหม่ของหลายเขตสุขภาพที่มีปัญหาขาดแคลนแพทย์รุนแรง ก็หลักๆจะเป็นเขตสุขภาพ8 9 และ 10 ที่อยู่แถวภาคอีสาน แต่ปริมาณหมอที่เข้าสู่ระบบก็ยังน้อยเหมือนเดิมคือได้แค่ 1600 คน พอไปเพิ่มโควตาตรงเขตสุขภาพนั้น เขตสุขภาพอื่นก็จะเจอปัญหาได้โควตาน้อยทำให้บางพื้นที่ได้แพทยใหม่ไป เพิ่มน้อยมาก และเป็นพื้นที่ที่จะเกิดปัญหาขาดแคลนแพทย์ต่อไปในอนาคตเป็นงูกินหาง ไม่จบไม่สิ้น
สรุปปัญหาหลักๆ คืองานหนักเงินน้อยหมอลาออกเยอะ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาแพทย์ลาออกจากระบบได้เลย หมอจบใหม่ก็ดึงเข้ามาในระบบได้แค่ 60 70% ทั้งที่ แพทยจบใหม่ก็ปริมาณเท่าเดิม แต่ต้องจัดสรรโควตาของพื้นที่ขาดแคลนกันใหม่ ทำให้บางพื้นที่ถูกตัดโควตาจนเกิดปัญหาขาดแคลนแพทยขึ้นนั่นเอง
ที่มา : Drama-addict , รพ.เชียงแสน