svasdssvasds

ดราม่า 'เปลี่ยนคำนำหน้านาม' กระทบวงการแพทย์ หวั่นกระทบเคสฉุกเฉิน

ดราม่า 'เปลี่ยนคำนำหน้านาม' กระทบวงการแพทย์ หวั่นกระทบเคสฉุกเฉิน

พรรคประชาชนสยบดราม่าแพทย์ปม 'เปลี่ยนคำนำหน้า' ยันไม่อันตรายอย่างที่คิด ชูระบุโครโมโซม XX-XY บนบัตรประชาชน เคลียร์ชัดเพศกำเนิดป้องกันวินิจฉัยพลาด

SHORT CUT

  • นโยบายอนุญาตให้เปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจของพรรคประชาชน ได้สร้างความกังวลในวงการแพทย์
  • บุคลากรทางการแพทย์แสดงความห่วงใยว่าอาจทำให้เกิดความสับสนและผิดพลาดในการวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่อาการป่วยมีความจำเพาะต่อเพศกำเนิด
  • ฝ่ายผู้ผลักดันนโยบายชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นเพื่อลดการเลือกปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  • พรรคประชาชนเสนอทางออกว่าเพศกำเนิดยังสามารถตรวจสอบได้จากชิปในบัตรประชาชน หรืออาจเพิ่มสัญลักษณ์ระบุเพศกำเนิด (เช่น XX/XY) บนหน้าบัตรเพื่อลดความกังวล

พรรคประชาชนสยบดราม่าแพทย์ปม 'เปลี่ยนคำนำหน้า' ยันไม่อันตรายอย่างที่คิด ชูระบุโครโมโซม XX-XY บนบัตรประชาชน เคลียร์ชัดเพศกำเนิดป้องกันวินิจฉัยพลาด

จากกรณีที่พรรคประชาชน มีนโยบายให้สิทธิ "คำนำหน้านามตามความสมัครใจ"  ที่ให้สิทธิสาวประเภทสองสามารถเลือกคำนำหน้าได้ รวมถึงทุกคนสามารถเลือกคำนำหน้าได้ให้ตรงตามอัตลักษณ์ของตนเอง ปรากฎว่า  เกิดกระแสเป็นห่วงจากฝั่งทางการแพทย์ ที่อาจมีผลต่อการรักษาพยาบาล หรือก่อให้เกิดความสับสนทั้งทางการแพทย์ โดยเฉพาะเหตุฉุกเฉินวิกฤตนั้น

ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก Remrin  ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้โพสต์ถึงประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่า

ทางการแพทย์ มีโอกาสทำให้เกิดความผิดพลาดสูง โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่เราจะยืนยันเพศจากการดูบัตรประชาชนก่อน เพราะโรคที่ฉุกเฉินของผู้ชายและผู้หญิงต่างกัน เช่น ชายข้ามเพศปวดท้องหนัก ก่อนจะหมดสติมา ซึ่งสาเหตุจริง ๆ มาจาก ซีสต์ที่รังไข่ขนาดมหึมาแตก หรือบางคนรังไข่บิดขั้วมา บางคนตั้งครรภ์นอกมดลูกแล้วแตกขึ้นมา(มีนะถึงข้ามเพศแต่ท้องก็มี) ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหมอเข้าใจผิดว่าเป็นชายแท้มองข้ามโรคพวกนี้ไป แล้วแผนกศัลยกรรมรับเป็นเจ้าภาพเปิดท้องมา ก็ผิดแผนก ต้องเปลี่ยนเป็นหมอนรีเวชมาทำต่องี้

มีผลหมดครับ โอเคเราอาจจะทำระบบยืนยันเพศกำเนิดในระบบได้ แต่เวลาวิกฤตมันสถานการณ์คนละเรื่องครับส่วนกรณีอื่น ๆ การทำหัตถการบ้างอย่าง การคำนวณยา อันนั้นก็คิดตามเพศกำเนิดด้วยนะครับ นี่แค่ด้านสาธารณสุขนะครับ ในวงการอื่น ๆ ก็มี

แล้วที่เม้นว่าต่างประเทศไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ คำตอบ คือ มี

 

 

 

ประเด็นคืออยากให้ฟังเสียงคนอื่นบ้าง ไม่ว่าจะแสดงความเห็นในด้านที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อันนี้หมอก็เสนอแนะกันหลายคนแล้ว ว่ามีประโยชน์ไม่คุ้มเสีย ลองนำความเห็นเก็บไปทบทวนแล้วไปปรับปรุงหรือหาวิธีแก้ก่อนก็ได้ อย่ากระโจนไปเถียง ไปประชดทุกเม้นที่ค้านแบบนี้ มันดูไม่ดี และไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่มีวุฒิภาวะนะครับ ยิ่งประเด็นเรื่องสาธารณสุขนี่หลายเรื่องแล้ว ที่นโยบายออกมาแล้วดูยังไงก็ไม่รู้

อันนี้อยากให้ใจเย็น ๆ แล้วรับฟังเสียงประชาชนก่อน จะเห็นด้วย หรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าประชดประชันแบบนั้น ทั้งคนที่เชียร์ทั่วไปจนถึงระดับ สส. เลยมันไม่ช่วยให้อะไรดีหรอกครับ คือแบบกรณีจขพ.อันนี้พอเข้าใจว่านโยบายได้ประโยชน์และถูกใจ แต่บางทีสส.เอากับเขาด้วยนี่สิ

หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊ก คิวเบเล่ย์ คณาสิต พ่วงอำไพ - Kanasit Puangampai  ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

“ขอบคุณค่ะที่แชร์ หวังว่าจะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใจเป็นกลางสักแค่คน สองคน ที่มองเห็นและให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของชุมชนคนข้ามเพศ นอนไบนารี่อินเตอร์เซ็กซ์ ที่ไม่สามารถรอได้อีกแล้วแม้วินาทีเดียว เพราะชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงทุก ๆ วินาที อยากด่า อยากล้อ อยากด้อยค่าอย่างไรก็เชิญเลยค่ะ แต่ดิฉันของยืนข้างชุมชนLGBTIQAN ที่เป็นผู้ถูกผลักให้เป็นชายขอบก่อน เพราะฉันเป็นคนในชุมชนนี้”

ต่อมายังโพสต์ระบุว่า ใครคิดแทนหมอ อาจจะไม่มีใครคิดแทนใครทั้งสิ้นเพราะเราพูดคุยกับบุคคลกรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนที่จะร่างกฎหมายใดใด

แต่เราต้องฉุกคิดกันสักนิดค่ะ ว่าทำไมต้อง รับรองเพศและเปลี่ยนคำนำหน้านาม ?

นั้นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กซ์ ไม่ให้ถูกกีดกัน เสียโอกาส ถูกคุกคาม ข่มขืน และใช้ชีวิตเป็นปกติสุขตามเพศสภาพที่เป็นจริงของพวกเขา

มี LGBQ ที่ไม่เห็นด้วยมั๊ย แน่นอนว่ามี แต่นั่นคือพวกที่เป็นคนตรงเพศ เพราะเขาไม่เดือดร้อนประสบปัญหาใดใดในการดำรงชีวิต จึงไม่ใช่เป้าหมายของการทำกฎหมายนี้

สุดท้ายเมื่อหมอมีจรรยาบรรณมากพอ มีมนุษยธรรมมากพอต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน การปรับตัว หรือพูดคุยกันเพื่อหาหนทางคงไม่ยากเย็นเกินไปค่ะ ทุกปัญหามีทางออกต้องช่วยกันแก้ไข เพื่อให้คนทุกคนสามารถมีชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและผาสุขร่วมกัน

ดราม่า 'เปลี่ยนคำนำหน้านาม' กระทบวงการแพทย์ หวั่นกระทบเคสฉุกเฉิน

เพจเฟชบุ๊กของ พรรคประชาชน ได้โพสต์คำชี้แจงของ ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต่อกรณีนโยบายดังกล่าว ระบุว่า

จากประเด็นของนโยบายเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจ พรรคประชาชนขอน้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และขอเสนอตัวเป็นแพลตฟอร์มในการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทุกกลุ่ม เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขข้อกังวลใจของคนในสังคม ก่อนที่จะมีการดำเนินการอื่นใดต่อไป

เราเห็นว่าการผลักดันกติกาใหม่ที่กำหนดให้พลเมือง LGBTIQ+ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยการปรับปรุงกติกาเกี่ยวกับการเลือกใช้คำนำหน้านามนั้น ก็ถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่จะช่วยลดการกีดกัน คุกคาม หรือถูกทำให้อับอาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศ 

พรรคประชาชนยืนยันว่า มีคนข้ามเพศจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เพียงเพราะคำนำหน้านามไม่สอดคล้องกับลักษณะภายนอกที่ผู้คนมองเห็น เช่น ปัญหาในการเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพียงเพราะคำนำหน้านามไม่สอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอก

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น กลุ่มบุคลากรการแพทย์ ที่มีประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับการรับทราบข้อมูลจากผู้ป่วยที่เปลี่ยนคำนำหน้านามนั้น อาจทำให้ผิดหลงไปและทำให้ความแม่นยำในการวินิจฉัยและการรักษาลดลง ซึ่งจะส่งผลร้ายโดยตรงต่อผู้เข้ารับบริการ สำหรับประเด็นนี้ เราต้องขอย้ำว่า “การเปลี่ยนคำนำหน้านาม” ไม่เท่ากับ “การเปลี่ยนเพศ” แต่อย่างใด การตรวจสอบเพศกำเนิดของบุคคลยังสามารถทำได้ผ่านการอ่านข้อมูลในชิปบนบัตรประชาชน ซึ่งทุกโรงพยาบาลย่อมมีอุปกรณ์ในการดำเนินการดังกล่าวได้โดยสะดวกอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยังมีข้อเสนอในรายละเอียดว่า เมื่อพิจารณาจากหน้าที่และพันธกิจของรัฐที่จะต้องให้การคุ้มครองดูแลและปกป้องสุขภาวะและสุขภาพของประชาชนโดยรวมแล้ว หากรัฐต้องการให้ปรากฏข้อมูลเพศกำเนิดลงบนหน้าบัตรประชาชน ก็สามารถกำหนดให้ระบุ “Genotype (จีโนไทป์)” ในส่วนโครโมโซมเพศลงในบัตรประชาชน เช่น XX หรือ XY เป็นต้น หรืออาจกำหนดเป็นรหัส หรือเป็นสัญลักษณ์อื่นใดที่สามารถสื่อสารและรับรู้ได้ในวงการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทกธิตามหน้าที่และพันธกิจของรัฐหากเกิดกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ขึ้น โดยอาจเทียบเคียงกับกรณีที่เคยกำหนดให้ระบุหมู่โลหิตลงในบัตรประชาชนเป็น A B AB หรือ O ซึ่งน่าจะสามารถลดทอนประเด็นข้อห่วงใยจากวงการแพทย์และสาธารณสุขลงให้เบาบางลงไปได้

ดราม่า 'เปลี่ยนคำนำหน้านาม' กระทบวงการแพทย์ หวั่นกระทบเคสฉุกเฉิน

ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในข้อกังวลจากผู้คนในสังคม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องมีการพูดคุยหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พรรคประชาชนจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นยิ่ง ที่ต้องเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย มีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน LGBTIQ+ บุคลากรที่ให้บริการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการและบริการสาธารณะใดๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

เราเชื่อว่า สำหรับเรื่องสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนทั้งเชิงวัฒนธรรมและสิทธิเสรีภาพเช่นนี้ การมีพื้นที่ปลอดภัยในการนำเสนอความคิดเห็น และรับฟังซึ่งกันและกันด้วยความเคารพ จะเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การตกผลึกร่วมกันของสังคม และนำมาซึ่งคำตอบใหม่ ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร โดยไม่เบียดขับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองเพียงเพราะความแตกต่างทางเพศ

ที่มา : พรรคประชาชน - People's Party , Remrin , คิวเบเล่ย์ คณาสิต พ่วงอำไพ

related