แฉโมเดล 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ทุนจีนกินรวบ จากดราม่าจัดฉากสู่ยุคศูนย์เหรียญ

แฉโมเดล 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ทุนจีนกินรวบ จากดราม่าจัดฉากสู่ยุคศูนย์เหรียญ

เมื่อความสงสารถูกใช้เป็นสินค้า! สรุปดราม่าครอบครัวบิ๊กบอส พลิกปม 'ทุนจีนสีเทา' รุกคืบเศรษฐกิจไทยผ่านโมเดลนอมินี ตั้งแต่ทัวร์ยันโซเชียล กินรวบห่วงโซ่ศูนย์เหรียญ

SHORT CUT

  • ดราม่าช่อง TikTok 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ถูกแฉว่าเป็นการจัดฉากตามสคริปต์โดยเอเจนซีที่มีทุนจีนอยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างกระแสเรียกความสงสาร
  • โมเดลธุรกิจนี้เรียกว่า 'Fake Life Crisis' ซึ่งใช้บริษัทนอมินีในรูปแบบร่วมทุน (ไทย 51% จีน 49%) เพื่อเลี่ยงกฎหมายและควบคุมผลประโยชน์ โดยหักค่าหัวคิวจากครีเอเตอร์ไทยอย่างไม่เป็นธรรม
  • ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นการวิวัฒนาการของ "ทุนจีนสีเทา" จาก "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ในภาคการท่องเที่ยว สู่ "เศรษฐกิจศูนย์เหรียญ" ในโลกดิจิทัล ที่ใช้คนไทยเป็นเครื่องมือแต่ผลกำไรถูกส่งกลับประเทศจีน

เมื่อความสงสารถูกใช้เป็นสินค้า! สรุปดราม่าครอบครัวบิ๊กบอส พลิกปม 'ทุนจีนสีเทา' รุกคืบเศรษฐกิจไทยผ่านโมเดลนอมินี ตั้งแต่ทัวร์ยันโซเชียล กินรวบห่วงโซ่ศูนย์เหรียญ

จากกรณีช่อง TikTok 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ไรเดอร์สู้ชีวิตที่มียอดวิวกว่า 11 ล้านครั้ง กลายเป็นดราม่าสนั่นเมืองเมื่อเจ้าของช่องออกมาแฉว่า เรื่องราวทั้งหมดคือ 'การแสดงตามสคริปต์' โดยมีบริษัทเอเจนซีอยู่เบื้องหลัง สั่งให้จัดฉากดราม่าเมียนอนเล่นโทรศัพท์ให้คนด่า เพื่อสร้างกระแสไวรัล

ที่น่าตกใจคือมีการพบหลักฐานเป็นกระดาษสคริปต์ที่มีตัวอักษรภาษาจีนกำกับอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำ ซึ่งบริษัทจ่ายค่าจ้างเพียงคลิปละ 1,000 บาท หรือเงินเดือน 20,000 บาท แลกกับการจ้างทำคอนเทนต์เต็มเวลา และห้ามรับงานนอก

แฉโมเดล 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ทุนจีนกินรวบ จากดราม่าจัดฉากสู่ยุคศูนย์เหรียญ

'Fake Life Crisis' โมเดลปั้นดราม่าล่าเงินในกระเป๋า

โมเดลนี้เรียกว่า 'Fake Life Crisis' หรือการจัดฉากวิกฤตชีวิตปลอม ซึ่งเคยระบาดหนักในจีน โดยทุนจีนจะมองหาคนที่มีต้นทุนชีวิตน่าสนใจ เช่น ไรเดอร์ หรือพ่อเลี้ยงเดี่ยว มาเซ็นสัญญาเพื่อป้อนบทละครที่เน้นความขัดแย้งรุนแรงเพื่อดึงอารมณ์ร่วม (Emotion Economy) เป้าหมายคือการเปลี่ยนความสงสารให้เป็นยอดขายสินค้าออนไลน์ทันที เช่น กรณีช่อง 'ลุงหมีนั่นแหละ' ที่ถูกโยงว่าใช้เลขจดทะเบียนบริษัทเดียวกับเอเจนซีของบิ๊กบอส เพื่อขายน้ำยาทำความสะอาดแบรนด์ของตัวเอง

แฉโมเดล 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ทุนจีนกินรวบ จากดราม่าจัดฉากสู่ยุคศูนย์เหรียญ

บริษัทนอมินี 51/49 สูตรสำเร็จการเลี่ยงกฎหมาย

จากการขุดคุ้ยพบชื่อ 'บริษัท สไตล์ป๊อป มีเดีย จำกัด' เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมีการจดทะเบียนในรูปแบบร่วมทุน ไทย 51% และจีน 49% โครงสร้างนี้ถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายของคนต่างด้าวในการทำธุรกิจในไทย โดยในทางปฏิบัติอาจมีการควบคุมทิศทางธุรกิจและผลประโยชน์โดยกลุ่มทุนจีนเกือบทั้งหมด มีการหักค่าหัวคิวจากสปอนเซอร์สูงถึง 80% เหลือให้ครีเอเตอร์ไทยเพียง 20% เท่านั้น สะท้อนภาพการใช้คนไทยเป็นเพียงหุ่นเชิดทางการค้า

จาก 'ทัวร์ศูนย์เหรียญ' สู่ 'เศรษฐกิจศูนย์เหรียญ'

นี่คือวิวัฒนาการขั้นล่าสุดของ 'ทุนจีนสีเทา' ที่ขยายตัวจากภาคกายภาพสู่โลกดิจิทัล ในอดีต 'ทัวร์ศูนย์เหรียญ' คือการพานักท่องเที่ยวจีนมาไทยโดยใช้บริการเครือข่ายจีนทั้งหมด เงินไม่รั่วไหลสู่คนไทย แต่ปัจจุบันได้กลายเป็น 'อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ' ที่ครอบคลุมทั้งอีคอมเมิร์ซ การขนส่ง และการผลิตคอนเทนต์ โดยใช้ทรัพยากรและคนไทยเป็นเครื่องมือ แต่ผลกำไรส่วนใหญ่ถูกส่งกลับประเทศต้นทาง โดยแทบไม่ผ่านระบบภาษีไทย

แฉโมเดล 'ครอบครัวบิ๊กบอส' ทุนจีนกินรวบ จากดราม่าจัดฉากสู่ยุคศูนย์เหรียญ

ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า 'ประเทศไทยกำลังเป็นดินแดนศูนย์เหรียญ' หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการตรวจสอบนอมินีอย่างเข้มงวด หรือไม่มีกฎหมายคุ้มครองครีเอเตอร์จากการสัญญาที่เอาเปรียบ

ไม่เพียงแต่ธุรกิจไทยจะล่มสลาย แต่คนไทยเองจะถูกลดทอนคุณค่าเหลือเพียง 'สินค้า' ในละครน้ำเน่าดิจิทัล ถึงเวลาที่ผู้บริโภคต้องเสพสื่ออย่างมีสติ ไม่เชื่อสิ่งที่เห็นง่าย ๆ เพราะความสงสารของคุณอาจเป็นเพียงกำไรมหาศาลของกลุ่มทุนข้ามชาติ

related