
SHORT CUT
ตะวันออกกลางวิกฤต! ทรัมป์สั่งเปิดฉากถล่มฐานทัพอิหร่านหลังฮ.อาปาเช่ถูกยิงร่วง ด้านอิหร่านสวนกลับทันควันยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจและราคาพลังงานโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางพุ่งสู่ระดับวิกฤตอีกครั้ง เมื่อเฮลิคอปเตอร์ AH-64 Apache ของสหรัฐฯ ตกบริเวณชายฝั่งโอมานใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social ทันทีว่าเป็นฝีมืออิหร่าน สั่งการกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน แม้จะมีรายงานเบื้องต้นว่าอาจเป็นการชนกับโดรนโดยไม่เจตนา ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อหาพร้อมเตือนให้กองกำลังต่างชาติถอนตัวออกไป ก่อนจะเปิดฉากยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ไม่รอช้า สั่งโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าไปที่ระบบเรดาร์และฐานป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น เกาะเกชม์ และบันดาร์ อับบาส เพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหาร
ท่ามกลางการสู้รบ สหรัฐฯ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการใช้เรือโดรนไร้คนขับชื่อ "Corsair" เข้าช่วยเหลือนักบินทั้ง 2 นายได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้โดรนกู้ภัยในสถานการณ์จริง
อิหร่านประกาศกร้าวว่าการโจมตีจะไม่อยู่เหนือการตอบโต้ โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บเครื่องบิน F-35
ความรุนแรงที่ขยายตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก นักวิเคราะห์กังวลว่าหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลกระทบมหาศาลต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าในระยะยาว
จากเดิมที่เคยมีหวังว่าข้อตกลงหยุดยิงใกล้จะสำเร็จ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้โอกาสในการเจรจาลดลงอย่างมาก จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ที่คนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด