
SHORT CUT
รอบนี้เอาจริงหรือยัง? เมื่อทรัมป์เผย สหรัฐฯ - อิหร่าน ได้บรรลุการลงนามข้อตกลงที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ ท่ามกลางคำถามว่า อิหร่านจะปลดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลาสามเดือนครึ่ง ซึ่งจะมีการพบปะระหว่างตัวแทนสองประเทศเพื่อร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ พร้อมกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ขณะที่ทั่วโลกยังคงตั้งคำถามว่า นี่จะเป็นการลงนามครั้งสุดท้ายที่จะนำไปสู่ 'สันติภาพอย่างแท้จริง' หรือไม่ และภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ ได้บรรลุเป้าหมายหลักในการ 'ยุติโครงการนิวเคลียร์' ทั้งหมดของอิหร่านหรือไม่
โดยทรัมป์ระบุเพียงว่า บันทึกข้อตกลงระหว่างสองประเทศจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ด้านรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลของทรัมป์พยายามทุ่มสุดตัวเพื่อหยุดสงครามครั้งนี้ ด้วยการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อมอบให้อิหร่านภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอมที่พรรคเดโมแครตใช้เพื่อโจมตี และกองทุนดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ไม่ใช่เงินภาษีของชาวอเมริกัน
แม้บันทึกข้อตกลงครั้งนี้ จะได้รับการยืนยันจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ที่กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจกับสหรัฐฯ เป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามและเริ่มต้นการเจรจา แต่เขาก็ย้ำด้วยว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่มี 'การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย' อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้นอกจากการยุติโครงการนิวเคลียร์แล้ว ยังมีอีกประเด็นขัดแย้งที่น่าจะตกลงกันได้ยาก เมื่อสหรัฐฯ กล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้งหลังการลงนามข้อตกลงในวันศุกร์ โดย 'ปลอดค่าธรรมเนียมอย่างถาวร' แต่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีที่ต้องการจะ 'เรียกเก็บค่าธรรมเนียม' ต่อไป
ขณะที่อิสราเอลแลกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ยังคงสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะยินยอมยุติความขัดแย้ง ท่ามกลางความคลุมเครือว่าบันทึกข้อตกลงครั้งนี้จะรวมถึงการหยุดยิงของทั้งสองฝ่ายในสมรภูมิเลบานอนตอนใต้ด้วยหรือไม่