
SHORT CUT
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เปิดผลศึกษา ชี้นายจ้างต้องการจ้างคนรุ่นใหม่ แต่เยาวชนยังหางานยาก เหตุทักษะยังไม่ตรงตลาด จับมือ 6 สถาบันอาชีวะเตรียมพร้อมสู่โลกการทำงา
เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children Thailand) เปิดตัวผลการศึกษา “การประเมินตลาดแรงงานอย่างเร่งด่วน” ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพของเยาวชน พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อยกระดับการพัฒนาทักษะและขยายโอกาสการจ้างงานสำหรับนักเรียนอาชีวศึกษา โดยมุ่งสนับสนุนให้เยาวชนสามารถเปลี่ยนผ่านจากห้องเรียนสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจ และเข้าถึงงานที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืน
ผลการสำรวจนักศึกษาอาชีวศึกษากว่า 1,100 คน นายจ้าง 45 บริษัท รวมถึงตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ พบว่า แม้ตลาดแรงงานยังมีความต้องการคนทำงานระดับเริ่มต้นจำนวนมาก แต่เยาวชนจำนวนไม่น้อยยังเผชิญความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังสำเร็จการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างทักษะที่ตลาดต้องการกับความพร้อมของผู้จบการศึกษา
ผลสำรวจพบว่า นายจ้างไม่ได้มองหาเพียงผู้ที่มีความรู้หรือทักษะวิชาชีพเฉพาะทางเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น อาทิ ความรับผิดชอบ วินัย ความซื่อสัตย์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ขณะเดียวกัน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและ AI กำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
งานวิจัยยังชี้ว่า การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ สถานศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้รับคำแนะนำด้านอาชีพที่เหมาะสม และมีโอกาสพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้างก่อนเข้าสู่การทำงาน
งานวิจัยยังเสนอแนวทางสำคัญ 6 ด้าน เพื่อช่วยให้เยาวชนมีโอกาสหางานได้มากขึ้น ได้แก่ (1) การพัฒนาหลักสูตรและทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน (2) การเข้าถึงบริการแนะแนวอาชีพที่มีคุณภาพ (3) การสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ (4) การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การทำงาน (5) การส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วน แล (6) การพัฒนามาตรฐานทักษะที่ได้รับการยอมรับจากภาคธุรกิจ
นายกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า “วันนี้หลายบริษัทบอกว่าหาคนทำงานยาก ขณะเดียวกัน เยาวชนจำนวนมากก็บอกว่าหางานยากเหมือนกัน สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการศึกษาครั้งนี้คือ เยาวชนต้องการมากกว่าความรู้ในห้องเรียน พวกเขาต้องการโอกาสในการเรียนรู้จากการลงมือทำ ต้องการคำแนะนำ และต้องการโอกาสได้สัมผัสโลกการทำงานจริงก่อนเรียนจบ
ความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาทั้ง 6 แห่งในวันนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงาน ช่วยให้เยาวชนมองเห็นเส้นทางสู่ทาอาชีพได้ชัดเจนขึ้น พัฒนาทักษะที่นายจ้างต้องการ และก้าวเข้าสู่การทำงานด้วยความมั่นใจ เพราะการเตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับอนาคตไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน”
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคโนโลยีสหะพาณิชย์บริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ สะพานใหม่ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี และวิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล โดยจะร่วมกันส่งเสริมการแนะแนวอาชีพ การฝึกงาน การพัฒนาทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ และการสร้างโอกาสในการทำงานให้กับเยาวชน