
SHORT CUT
เปิดนโยบายแก้ปัญหารถติด ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ผู้สมัครส่วนใหญ่เสนอใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์
นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 นี้ กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ผู้สมัครแต่ละคนต่างเร่งลงพื้นที่เพื่อนำเสนอนโยบายหาเสียงในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเมืองกรุง
ปัญหาหลักที่คนกรุงเทพฯต้องการให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เร่งแก้ไขมากที่สุด คงหนีไม่พ้นปัญหารถติด
นโยบายแก้ปัญหาจราจร ชัชชาติมุ่งเน้นแก้เรื่องด่วนสำคัญ 9 เรื่องหลัก เริ่มจากปรับปรุงการเชื่อมโยงเครือข่ายถนน โดยจะเดินหน้าเพิ่มทางลัดทางผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสัญจรและลดความหนาแน่นบนถนนสายหลัก พร้อมมีมาตรการต่าง ๆ เช่น กทม. และเอกชนจะร่วมกันจัดรูปร่างแปลงที่ดินใหม่เพื่อตัดถนนหรือขยายทางแยกให้ได้มาตรฐานซึ่งจะส่งผลทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นจากการเข้าถึงที่สะดวกมากขึ้น รวมทั้งเดินหน้าตัดถนนตามที่ผังเมืองได้กำหนดไว้ เพื่อขยายโครงข่ายถนนให้ทันกับการขยายตัวของประชาชน
ขณะเดียวกันจะต้องประเมินผลกระทบการจราจรในจุดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา เช่น ประสานงานปรับจังหวะสัญญาณไฟเพื่อลดจุดตัดกระแสรถ หรือบังคับให้ออกแบบจุดรับ - ส่ง ทั้งสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะให้ไม่กีดขวางช่องทางจราจรหลัก
ชัยวัฒน์ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรโดยทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยคนกทม.จะสามารถใช้การเดินเท้าได้มากกว่านี้เพราะมองว่า การเดินเท้าได้จะเอื้อให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้นโดยกทม.ต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ และท่าเรือ
นอกจากนี้ต้องมีระบบติดตามการขนส่งสาธารณะผ่านพิกัด GPS แบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวก ซึ่งจากข้อมูลพบว่า กทม. มีเส้นทางเดินรถจำนวนมากที่ กรมการขนส่งทางบก ออกใบอนุญาตแล้วแต่ไม่มีเอกชนมาวิ่งซึ่ง กทม.สามารถเข้าไปดำเนินการในส่วนนี้เพื่อให้มีประสิทธิภาพได้
นายอนุชา ชูแนวทางแก้ปัญหาจราจรกทม. ภายใต้วิสัยทัศน์ 'กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร... and more' โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจร ทั้งการดึง ขสมก. มาบริหารจัดการร่วม
พร้อมเสนอให้รถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนอย่างเบ็ดเสร็จ และใช้ระบบตั๋วร่วมใบเดียว โดยจะผลักดันระบบตั๋วร่วมที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ โดยไม่มีรอยต่อใช้ AI และนำระบบ AI มาบูรณาการควบคุมสัญญาณไฟจราจร จัดระบบการเดินรถและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ใจกลางเมือง รวมถึงใช้แก้ปัญหาบริเวณจุดตัดทางรถไฟ
ม.ล.กรกสิวัฒน์ นำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาจราจรโดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ City Brain ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการเมืองขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก 'กล้องวงจรปิด' เกือบ 2,000 กล้องที่อยู่ตามแยกต่าง ๆ ใน กทม. ทั้ง 578 แยกมาประมวลผลเพื่อควบคุมสัญญาณไฟจราจรทั้งระบบ พร้อมทั้งมีระบบไฟบอกเวลาของสัญญาณไฟแต่ละสีทุกแยกที่มีสัญญาณไฟ
ต่างจากปัจจุบันที่การให้สัญญาณไฟจราจรแต่ละแยกเป็นอิสระบางแยกใช้เจ้าหน้าที่กด บางแยกใช้ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติจึงที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ช่วงเวลา ระบบดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ถึง 15% สามารถประหยัดค่าน้ำมันให้คนกรุงเทพฯได้ถึง 60,000 ล้านบาท/ปี
ดร.มัลลิกา นำเสนอการเทคโนโลยีควบคู่กับความเข้าใจชีวิตของประชาชน โดยจะนำระบบ AI Traffic มาช่วยบริหารจัดการการจราจรแบบเรียลไทม์ ลดเวลาการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพรถโดยสารสาธารณะ