
SHORT CUT
นักศึกษาม.กรุงเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในการแข่งขัน Babson Collaborative Global Student Challenge 2026
คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ หลังทีม 'Cassapure' คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก จากการแข่งขัน 'Babson Collaborative Global Student Challenge 2026' เวทีแข่งขันแผนธุรกิจและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดย Babson Collaborative for Entrepreneurship Education เครือข่ายสถาบันด้านการศึกษาผู้ประกอบการชั้นนำของโลก
การแข่งขันในปีนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 1,280 ทีม จาก 33 มหาวิทยาลัย ใน 24 ประเทศ โดยผู้เข้าแข่งขันทุกทีมต้องพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals : SDGs) ผ่านกระบวนการคิดเชิงผู้ประกอบการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้จริง
ทีม Cassapure สามารถเอาชนะคู่แข่งจากทั่วโลก ด้วยแนวคิด 'ระบบบำบัดน้ำเสียอย่างยั่งยืน' ที่นำ 'เปลือกมันสำปะหลัง' วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มาแปรรูปเป็น 'ไบโอชาร์' (Biochar) เพื่อใช้เป็นวัสดุดูดซับในระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ช่วยลดต้นทุนการจัดการน้ำเสีย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสอดคล้องกับหลายเป้าหมายของ SDGs ได้แก่ SDG 6 ด้านน้ำสะอาดและสุขาภิบาล, SDG 9 ด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน, SDG 12 ด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 13 ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นวัตกรรมนี้เกิดจากปัญหาจริงในโรงงานของครอบครัวสมาชิกในทีม ซึ่งพบว่ามีเปลือกมันสำปะหลังเหลือทิ้งจำนวนมาก ขณะเดียวกันปัญหาน้ำเสียยังเป็นความท้าทายสำคัญของหลายพื้นที่ในประเทศไทย ทีมจึงมองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนของเสีย ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ผ่านการผลิตไบโอชาร์ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับสารปนเปื้อนในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุดูดซับเชิงพาณิชย์ทั่วไป ไบโอชาร์จากเปลือกมันสำปะหลังมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่า ลดการพึ่งพาสารเคมี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า อีกทั้งยังช่วยลดภาระด้านการกำจัดของเสียทางการเกษตร พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนและภาคเกษตรกรรม
นอกจากจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าถึงระบบบำบัดน้ำเสียที่มีต้นทุนเหมาะสมแล้ว โครงการยังช่วยให้เกษตรกรและโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ที่เคยไม่มีมูลค่า สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมสามารถพัฒนาไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนได้จริงเบื้องหลังความสำเร็จของทีม Cassapure ไม่ได้เกิดจากเพียงไอเดียที่โดดเด่น แต่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้แบบผู้ประกอบการอย่างเข้มข้น นักศึกษาได้ฝึกวิเคราะห์ปัญหาของผู้ใช้งานจริง ศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ วางแผนด้านการเงิน และพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว พร้อมเรียนรู้การเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านงานวิจัย เทคโนโลยี กลยุทธ์ธุรกิจ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จนสามารถต่อยอดแนวคิดสู่โมเดลธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยมี ดร.เหมือนฝัน รัตนวานิช หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพบนเวทีโลก และตอกย้ำคุณภาพการเรียนการสอนด้าน Entrepreneurship ของคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) ที่มุ่งเน้น “การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง” โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาโครงการธุรกิจตั้งแต่ชั้นปีแรก ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และเผชิญโจทย์ธุรกิจที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงอยู่เสมอ
หลักสูตรของ BUSEM ผสานองค์ความรู้ด้านธุรกิจ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างแท้จริง
รางวัลชนะเลิศระดับโลกครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของทีมนักศึกษากลุ่มหนึ่ง แต่ยังสะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไทย ที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาเปลี่ยนปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างยั่งยืนในอนาคต