
SHORT CUT
ค่าไฟที่จ่ายทุกเดือน อาจไม่ได้สะท้อนแค่ค่าไฟที่เราใช้ แต่ยังซ่อนคำถามใหญ่เรื่องความเป็นธรรมของระบบพลังงาน เมื่อมีการเปิดประเด็นว่า 'ค่าไฟทางสาธารณะ' อาจถูกผลักภาระมายังประชาชน เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในบิล แต่คือคำถามว่า ใครควรเป็นคนจ่าย และประชาชนควรมีสิทธิรู้มากแค่ไหนว่าเงินค่าไฟของตัวเองหายไปที่ใด
ในแต่ละเดือนที่ประชาชนชาวไทยก้มหน้าก้มตาจ่ายบิลค่าไฟ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่มีการประกาศลดค่าไฟอยู่เป็นระยะ ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลว่า ในบิลค่าไฟที่ประชาชนจ่ายทุกเดือน มี ‘ต้นทุนแฝง’ จากค่าไฟฟ้าสาธารณะซ่อนอยู่สูงถึง หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นภาระที่คนไทยต้องแบกรับแทนหน่วยงานรัฐมานานกว่า 10 ปี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยเองว่ามีการนำ ‘ค่าไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะ’ หรือค่าไฟทางทั่วประเทศมาคำนวณรวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชน โดยใช้วิธีการที่แยบยลด้วยการนำไปซ่อนไว้ในรายการ ‘ความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค’ แล้วบวกกลับมาเป็นต้นทุนใน ‘ค่าไฟฐาน’
นั่นหมายความว่าในทุกเดือน ประชาชนต้องร่วมกันแบกรับภาระโดยไม่รู้ตัวถึงประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งหากคำนวณรวมทั้งประเทศ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง หมื่นล้านบาทต่อปี
รมว.พลังงาน ระบุว่าตามหลักการที่ควรจะเป็นคือ ‘ใครใช้ไฟ คนนั้นควรจ่าย’ ไม่ใช่การนำมาหารเฉลี่ยให้ผู้ใช้ไฟทั้งประเทศแบกรับเช่นนี้ เพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมนี้ ได้มีแนวทางจัดการแยกประเภทไฟทางออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้หน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองผ่านงบประมาณต้นสังกัด ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ วันที่ 9 มีนาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบให้ ชะลอการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากค่าไฟฐาน เนื่องจากมิเตอร์สาธารณะยังติดตั้งไม่ครบ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตั้งมิเตอร์และจัดทำข้อมูลให้ชัดเจน
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย บิลค่าไฟแต่ละเดือนไม่ได้คิดจากจำนวนหน่วยที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลัก 4 ส่วน
คำนวณจากจำนวนไฟฟ้าที่ใช้ หน่วยเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยบ้านอยู่อาศัยทั่วไปมักคิดแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้ไฟมาก ค่าไฟต่อหน่วยในช่วงถัดไปก็จะสูงขึ้น
ค่าไฟฐานสะท้อนต้นทุนของระบบไฟฟ้าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น
เป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟ เช่น การจดหน่วย การออกบิล การดูแลมิเตอร์ และงานบริการผู้ใช้ไฟฟ้า โดยจำนวนเงินจะแตกต่างกันตามประเภทและขนาดของผู้ใช้ไฟ
ค่าบริการส่วนนี้อาจถูกเรียกเก็บแม้ในเดือนที่ไม่มีการใช้ไฟฟ้า
ค่า Ft เป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้สะท้อนต้นทุนการผลิตและจัดหาไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมมติฐานที่กำหนดไว้ในค่าไฟฐาน เช่น
ค่า Ft คิดตามจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ และมีการทบทวนอัตราเป็นรอบ โดยทั่วไปทุก 4 เดือน จึงอาจปรับเพิ่มหรือลดได้ตามต้นทุนในแต่ละช่วงเวลา
เมื่อรวมค่าไฟฐาน ค่าบริการ และค่า Ft แล้ว จะนำยอดรวมมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ดังนั้น สูตรค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัยแบบเข้าใจง่าย คือ
ค่าพลังงานไฟฟ้า + ค่าบริการรายเดือน + ค่า Ft + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ยอดค่าไฟที่ต้องชำระ
อย่างไรก็ตาม บิลบางใบอาจมีรายการเพิ่มเติม เช่น ยอดค้างชำระ ค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ แล้วแต่กรณี
ในขณะที่การปฏิรูปเชิงนโยบายกำลังดำเนินไป ภาคประชาสังคมอย่าง JustPow ได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันชื่อ ‘ค่าไฟไปไหน’ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่า เงินทุกบาทในบิลค่าไฟนั้นถูกจ่ายไปให้ใครบ้าง
เมื่อผู้ใช้งานกรอกตัวเลขค่าไฟ เว็บแอปฯ จะคำนวณรายละเอียดแบบเฉพาะบุคคล และแจกแจงว่า เงินที่จ่ายไปถูกแบ่งเป็นต้นทุนประเภทใดบ้าง รวมถึงแสดงสัดส่วนเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตไฟฟ้าภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งระบบไม่ได้แสดงเพียงตัวเลขรวม แต่ยังพยายามพาผู้ใช้งานมองลึกลงไปถึงค่าเชื้อเพลิง ค่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้โครงสร้างค่าไฟ
โครงสร้างค่าไฟไทยมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาที่ประชาชนต้องจ่าย แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า รองลงมาคือไฟฟ้านำเข้า ถ่านหินและลิกไนต์ พลังงานหมุนเวียน และพลังน้ำ เมื่อราคาก๊าซหรือก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้า หรือ LNG ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม และอาจถูกสะท้อนผ่านค่า Ft ในเวลาต่อมา
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ 'ค่าความพร้อมจ่าย' ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าบางประเภทอาจถูกรวมอยู่ในต้นทุนรับซื้อไฟของระบบ ที่ประชาชนต้องจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชน เพื่อให้โรงไฟฟ้ารักษาความพร้อมในการผลิตไฟฟ้า ไม่ว่าโรงไฟฟ้านั้นจะมีการจ่ายไฟเข้าระบบจริงหรือไม่ก็ตาม
ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอหรือไม่ แต่รวมถึงการวางแผนกำลังผลิต การทำสัญญารับซื้อไฟฟ้า และการจัดสรรความเสี่ยงระหว่างรัฐ ผู้ผลิตไฟฟ้า และประชาชน
ค่าไฟสาธารณะคือค่าไฟฟ้าแสงสว่างตามถนนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปซ่อนไว้ในรายการ "ความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค" และบวกรวมในค่าไฟฐานของประชาชน ทำให้เราต้องแบกรับภาระประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย หรือรวมกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี
ตามแนวทางการปฏิรูปใหม่ หน่วยงานเจ้าภาพต้องเป็นผู้จ่ายเอง ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยต้องแยกบัญชีให้ชัดเจนและติดตั้งมิเตอร์วัดไฟสาธารณะเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
คือค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายให้แก่โรงไฟฟ้าเอกชน เพื่อเป็นค่าสำรองไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยต้องจ่ายตามสัญญาไม่ว่าโรงไฟฟ้านั้นจะมีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจริงหรือไม่ก็ตาม
ค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร เปลี่ยนแปลงตามต้นทุนเชื้อเพลิง (ส่วนใหญ่คือก๊าซธรรมชาติ) และนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งหากโครงสร้างการพึ่งพาก๊าซยังไม่เปลี่ยนแปลง ค่าไฟก็จะผันผวนตามราคาตลาดโลกต่อไป
สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน 'ค่าไฟไปไหน' โดย JustPow ซึ่งจะแตกรายละเอียดโครงสร้างค่าไฟว่าเงินที่จ่ายไปเป็นค่าเชื้อเพลิงเท่าไหร่ ค่าดำเนินการเท่าไหร่ และจ่ายให้ภาครัฐหรือบริษัทเอกชนรายใดบ้าง