
SHORT CUT
รกิจไทยปิดกิจการพุ่ง 7,024 ราย ครึ่งปีแรก 2569 ‘ก่อสร้าง-อสังหาฯ-ร้านอาหาร’ หนักสุด แต่ธุรกิจใหม่ยังโต ต่างชาติแห่ลงทุนต่อ ‘จีน’ นำโด่ง
แม้การจัดตั้งธุรกิจใหม่ในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ภาคธุรกิจจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ยอดเลิกกิจการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติยังเดินหน้าขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนว่าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภาพรวมการจดทะเบียนธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 พบว่า ธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ โดยมีธุรกิจจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการสะสม 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกกิจการพุ่งแตะ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 224%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่มีการเลิกกิจการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคารหรือร้านอาหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ยังคงขยายตัว โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสม 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 2.13% จากปีก่อน แม้ว่ามูลค่าทุนจดทะเบียนรวมจะลดลง 25% เหลือ 111,201 ล้านบาท สะท้อนว่าผู้ประกอบการรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูง
หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น คือ ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีการจัดตั้งกิจการเพิ่มขึ้นถึง 56.9% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น และผู้ประกอบการยังมองเห็นโอกาสในตลาดดิจิทัล
ด้านการลงทุนของชาวต่างชาติภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ 640 ราย เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับ 5 ประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน จำนวน 110 ราย ตามด้วย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่ ญี่ปุ่น ยังคงเป็นประเทศที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด รวม 44,662 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกระดับการให้บริการสู่ระบบออนไลน์ 100% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนและขออนุญาตประกอบธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ