ดราม่า รมว.สธ.โยกงบ 'บัตรทอง' จัดอีเวนต์ ย้อนถาม งบบัตรทอง 6 หมื่นล้าน ปี 68 ไปไหน

ดราม่า รมว.สธ.โยกงบ 'บัตรทอง' จัดอีเวนต์ ย้อนถาม งบบัตรทอง 6 หมื่นล้าน ปี 68 ไปไหน

รมว.สธ. โต้ 'หมอสุภัทร' ปมกล่าวหาโยกงบ 'บัตรทอง' มาจัดอีเวนต์ ชี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล ย้อนถามงบ 60,000 ล้าน บัตรทอง ปี 68 ไปอยู่ที่ไหน

SHORT CUT

  • กลุ่มแพทย์ชนบทกล่าวหากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่ามีการโยกงบประมาณบัตรทองไปใช้จัดอีเวนต์ และได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบ
  • รมว.สธ. ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าการจัดอีเวนต์ใช้งบจากเงินบำรุงของโรงพยาบาล ไม่ใช่งบบัตรทอง
  • รมว.สธ. ตั้งคำถามถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับงบบัตรทองปี 2568 ที่หายไปประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ถูกส่งตรงไปยังโรงพยาบาล
  • เตรียมสอบถามรายละเอียดการใช้งบ 6 หมื่นล้านบาทในที่ประชุมบอร์ด สปสช. เพื่อหวังจัดสรรงบประมาณใหม่ให้เหมาะสมและช่วยแก้ปัญหาการเงินของโรงพยาบาล

รมว.สธ. โต้ 'หมอสุภัทร' ปมกล่าวหาโยกงบ 'บัตรทอง' มาจัดอีเวนต์ ชี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล ย้อนถามงบ 60,000 ล้าน บัตรทอง ปี 68 ไปอยู่ที่ไหน

จากกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท และที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการยื่นจดหมายถึง กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีรักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเป็นประธาน

ขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และเงินนอกงบประมาณในการจัด event ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการให้เกิดความชัดเจน เกิดข้อเสนอแนะต่อการใช้งบประมาณที่เหมาะสมที่สุด ในสถานการณ์ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต่างก็มีภาวะยากลำบากทางการเงิน โดยแนบเอกสารแสดงข้อมูลการจัดจ้าง organizer เพื่อจัด event จำนวน 13 รายการ

โดยก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเพจ ชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ข้อความว่า แฉอีก! สำนักตรวจราชการ 12 เขต สสจ. 76 แห่ง สสอ.878 แห่ง ค่าน้ำค่าไฟ งบจัดอีเว้นท์ที่ สธ.สั่ง งบใดๆไม่พอ ก็ใช้ งบบัตรทอง โปะ โดยใช้เทคนิคโอนงบบัตรทองให้ รพ.ก่อนตามระเบียบ แล้วให้ รพ.โอนคืน ปีหนึ่งงบบัตรทองถูกดึงให้หน่วยบริหาร สธ.ปีละ 1,000 ล้าน ไม่เจ๊งได้อย่างไร?

รมว.สธ. ตั้งคำถามงบบัตรทอง 60,000 ล้านไปไหน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 ส.ค. 69 จะมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตนในฐานะประธานบอร์ด จะสอบถามเรื่องที่บังเอิญตนพบตัวเลขตัวหนึ่งว่า

งบประมาณของ สปสช.ที่ให้กับระบบบริการสุขภาพ สำหรับปี 2568 ไม่รวมเงินเดือน อยู่ที่ประมาณ 168,296 ล้านบาท เพื่อนำมารักษาพยาบาลประชาชน ทั้งซื้อยา รับบริการทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และงบส่งเสริมป้องกัน  ทุกอย่าง ดูแลคนประมาณ 47 ล้านคน เฉลี่ยหัวละ 3,600 บาทไม่รวมเงินเดือน

 

แต่ฐานข้อมูลของ FDH หรือ Financial Data Hub ของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า รายได้ของโรงพยาบาลทั่วประเทศที่มาจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ UC อยู่ที่ประมาณ 107,731 ล้านบาท คิดเป็นแค่ 64% จากงบประมาณที่ สปสช.ได้มา อีก 60,000 ล้านไปอยู่ไหน ไม่เข้าโรงพยาบาลมากขนาดนั้น หากไปจัดสรรส่วนอื่น คือ จัดสรรอย่างไร จำเป็นมากน้อยแค่ไหนในสัดส่วนอย่างไร

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะถามในการประชุมบอร์ด สปสช.โดยจะขอให้ สปสช.ช่วยแยกรายละเอียด break down ว่าเงิน 60,000 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ไปอยู่ไหน ถูกใช้ไปกับอะไร หรือไปอยู่กับ เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งก็เป็นระบบการให้บริการบ้างไหม คาดว่าคงมีบ้าง แต่จะมากถึง 60,000 ล้านบาทหรือไม่ การจัดสรรเหมาะสมตามความจำเป็นจริงๆหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องไปดูในการประชุมบอร์ดสปสช. 3 ส.ค.นี้

 

เมื่อถามว่า คาดหวังคำตอบอะไรจากการตั้งข้อสังเกตเรื่องงบบัตรทอง 60,000 ล้านบาท  นายพัฒนา กล่าวว่า คาดหวังว่าในฐานะประธานบอร์ด คงจะสามารถลงไปช่วยอธิบายให้สังคมเกิดความกระจ่างได้ว่า การให้บริการต่างๆ มันอยู่ถูกที่ถูกทางแล้ว หรือถ้ามันไม่ถูกต้อง ประธานบอร์ด และคณะกรรมการฯ ก็ต้องช่วยกันปรับจูนให้ระบบนี้ยั่งยืนและอยู่ได้ เป็นภาระประเทศน้อยที่สุด

ตนคิดว่าถ้าจัดสรรดีๆ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เพราะโรงพยาบาลปี 2568 ทั้งระบบ น่าจะติดลบประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท โดยเป็นตัวเลขที่ของบฯกลาง 

ดังนั้น เงินที่หายไป เกือบ 60,000 ล้านบาท ถ้าจัดสรรให้ดี ประมาณ 20% ก็จะได้เงินกลับมา 12,000 ล้านบาทเป็นอย่างน้อยแล้ว ก็จะช่วยภาระประเทศได้  ดังนั้นหากไม่มีอะไรผิดปกติ  การนำมากางแล้วดูว่า ใส่เงินที่มีจำกัด ไปอยู่ในจุดที่ถูกต้อง น่าจะเป็นตัวที่มีประโยชน์มากกว่า

ปัดโยกงบ 'บัตรทอง' เข้าเงินบำรุงรพ. เพื่อจัดอีเวนต์

นายพัฒนา กล่าวว่า อย่ามาบอกเลยว่า เอางบฯบัตรทอง ไปโปะอีเวนต์ มันไม่ใช่ มันเป็นงบฯจากเงินบำรุงคือ เงินที่ รพ.สะสมมา ถ้าถามผม ตอนเข้ามาปลายปีที่แล้ว มานโยบายควิกวินหลายตัว ทั้งหมอพร้อม การใช้ไอที ซึ่งเราเห็นว่าในอนาคตจะช่วยลดภาระ ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ได้มาก ก็พยายามชูประเด็นนี้ ก็ต้องขอบคุณโรงพยาบาลที่สนับสนุนนโยบาย ส่วนงบประมาณก็ต้องบอกจริงๆว่า ผมไม่ทราบว่าเขาเอามาจากตรงไหน และก็เป็นเรื่องที่โรงพยาบาลจะจัดซื้อจัดจ้าง

การใช้เงินบำรุงรพ.ในการจัดอีเวนต์ จะตอบสังคมอย่างไร  นายพัฒนา กล่าวว่า ใครบอก ถ้าพูดผิดก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่  ซึ่งต้องไปดูว่าเขากล่าวหาว่าทุจริตใช่หรือไม่  ตนยืนยันว่า ไม่มี  และ ใครพูดก็ต้องรับผิดชอบ 

ถามย้ำว่ามีการโยกงบบัตรทองเข้าเงินบำรุงเพื่อมาจัดอีเวนต์หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ทำไม่ได้ แค่นี้ยังไม่พอเลย ทุกวันนี้ต้องบริหารงบอื่นมาอุ้มบัตรทองมากกว่า ไม่ใช่แค่รพ.ในสังกัดสธ.ลองไปถามรพ.สังกัดอื่นๆ อย่างโรงเรียนแพทย์ เอกชนก็ได้รับผลกระทบ

ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลยจากตรงนี้ โรงเรียนแพทย์ก็เสีย รพ.สธ.ก็เสีย ทุกคนที่เสียออกมาพูดหมดว่าควรมีการปรับ แต่กลับมีกลุ่มหนึ่งออกมาพูดว่าดีแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อย่างการจ่ายเงินของสปสช. มีช่องว่างต้นทุนจริงมาก  คำถามคือ สปสช.จ่ายเงินมาให้แต่ละบริการและ รพ.บอกว่า จ่ายต่ำกว่าต้นทุน  แต่สปสช.ก็บอกว่าไม่ต่ำ ซึ่งคนที่รู้ต้นทุน ก็รู้ว่ามันต่ำ

มีรายงานว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ได้เผยแพร่ข้อมูล การโอนงบบัตรทองถึงหน่วยบริการ ของปีงบประมาณ 2569 ณ วันที่ 15 ก.ค.2569 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการโอนงบบัตรทองไปให้หน่วยบริการนั้น ไม่ได้มีเฉพาะรพ.สังกัดสธ.เท่านั้น แต่มีการโอนงบบัตรทองไปให้รพ.หรือหน่วยบริการอื่นๆเพื่อให้บริการประชาชนด้วย 

related