เหยื่อ Forex-3D จะได้เงินคืน? เปิดขั้นตอนการบังคับคดี ติดตามทรัพย์สิน

เหยื่อ Forex-3D จะได้เงินคืน? เปิดขั้นตอนการบังคับคดี ติดตามทรัพย์สิน

ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยในคดี Forex-3D ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายกว่า 4.9 พันล้านบาท การได้รับเงินคืนต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่า "การบังคับคดี" ซึ่งคือการสืบหา และติดตามทรัพย์สินของจำเลยเพื่อนำมาชดใช้หนี้

SHORT CUT

  • ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยในคดี Forex-3D ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายกว่า 4.9 พันล้านบาท
  • การได้รับเงินคืนต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่า "การบังคับคดี" ซึ่งคือการสืบหาและติดตามทรัพย์สินของจำเลยเพื่อนำมาชดใช้หนี้
  • ทรัพย์สินที่สามารถยึดหรืออายัดได้รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ บัญชีเงินฝาก เงินเดือน และเงินปันผลจากการลงทุน
  • ผู้เสียหายมีเวลา 10 ปีนับจากวันที่มีคำพิพากษาในการดำเนินการสืบทรัพย์และบังคับคดีเพื่อรับเงินชดใช้

ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยในคดี Forex-3D ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายกว่า 4.9 พันล้านบาท การได้รับเงินคืนต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เรียกว่า "การบังคับคดี" ซึ่งคือการสืบหา และติดตามทรัพย์สินของจำเลยเพื่อนำมาชดใช้หนี้

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังศาลอาญามีคำพิพากษาคดีฉ้อโกงลงทุน Forex-3D หมายเลขดำ อ.853/2564 ซึ่งมีจำเลยรวม 24 คน โดยศาลพิพากษาให้ นายอภิรักษ์ โกฎธิ กับพวกรวม 5 คน จำคุกคนละ 49,110 ปี พร้อมให้ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย กว่า 4,911 ล้านบาท และมีคำสั่งปรับบริษัทที่เกี่ยวข้องตามคำพิพากษา 

ทำไมติดคุก 49,110 ปี แต่จำคุกจริงได้แค่ 20 ปี

ถึงแม้ตัวเลขโทษ 49,110 ปี จะดูมากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเลยจะต้องติดคุกตามจำนวนปีดังกล่าวจริงทั้งหมด เพราะการลงโทษมาจากการนับโทษในความผิดหลายกระทง และกฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาจำคุกสูงสุดตามกฎหมายอยู่ที่ 20 ปี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

หลายคนอาจตกใจกับตัวเลข 49,110 ปี แต่ในทางปฏิบัติทางกฎหมายไทย นายอภิรักษ์และพวกจะถูกจำคุกจริงคนละไม่เกิน 20 ปีเท่านั้น 

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีลงทุนออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังมีการกล่าวหาว่าระบบ Forex-3D ใช้การชักชวนประชาชนให้นำเงินมาลงทุน โดยคดีที่ศาลอ่านคำพิพากษาวันนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่อง ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

สำหรับฝั่งผู้เสียหาย ประเด็นสำคัญหลังจากนี้อยู่ที่ การบังคับตามคำพิพากษาและการติดตามทรัพย์เพื่อชดใช้คืน เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้ชำระเงินกว่า 4.9 พันล้านบาท ซึ่งการมีคำพิพากษาให้ชดใช้ไม่ได้หมายความว่าเงินจะถูกคืนให้ผู้เสียหายทั้งหมดทันที แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีและติดตามทรัพย์สินตามกฎหมาย

สืบทรัพย์ คืออะไร

การสืบทรัพย์ เป็นการสืบหาทรัพย์สินหรือของมีค่าของลูกหนี้ที่มีอยู่ ที่ตั้งของทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน สิ่งปลูกสร้าง และสังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน สินค้าที่สามารถทำการยึดหรืออายัดได้ทั้งปวง บัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อดำเนินการบังคับคดี โดยการอายัดหรือยึดทรัพย์ของลูกหนี้ออกขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา 

การสืบทรัพย์ก่อนฟ้อง

การสืบทรัพย์จะเริ่มขึ้นหลังจากมีคำพิพากษาของศาลให้ลูกหนี้ชดใช้ และดำเนินการบังคับคดี เพื่อให้ลูกหนี้ได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  เจ้าหนี้สามารถยึดหรืออายัดเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ดังนี้

ทรัพย์สินที่เจ้าหนี้สามารถยึดได้

  • บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ ทั้งที่ติดจำนองหรือไม่ติดจำนอง
  • รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ และไม่ได้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ
  • ของมีค่า เครื่องประดับที่มีมูลค่า เพชร พลอย นาฬิกา สร้อยคอทองคำและของสะสมที่มีมูลค่ารวมเกิน100,000 บาท
  • ของใช้ส่วนตัว อาทิ เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ ที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 20,000 บาท
  • เครื่องมือในการประกอบอาชีพของลูกหนี้ ที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 100,000 บาท
  • ทรัพย์สินประเภทสัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ ที่ใช้ในการช่วยเหลือหรือแทนอวัยวะ

ทรัพย์สินที่เจ้าหนี้สามารถอายัดได้

  • เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้อื่นที่มีลักษณะจ่ายค่าตอบแทนการจ้างงานเป็นรายเดือน อายัดได้ไม่เกิน 30% โดยต้องเป็นลูกหนี้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท
  • เงินโบนัส สามารถอายัดได้ แต่ต้องอายัดได้ไม่เกิน 50 %
  • เงินค่าตำแหน่งทางวิชาการ อายัดได้เฉพาะที่เป็นสังกัดเอกชน เพราะถือว่าเป็นเงินเดือน
  • เงินที่ตอบแทนการออกจากงาน โดยปกติอายัดได้ไม่เกิน 300,000 บาท หรือตามเจ้าหน้าที่บังคับคดีเห็นสมควร
  • เงินค่าตอบแทนจากการทำงานเป็นชั่วคราว อายัดได้ไม่เกิน 30 %
  • เงินฝากในบัญชี สถาบันการเงิน
  • เงินปันผลจากการลงทุนในหุ้น
  • ค่างวดงานตามสัญญาจ้าง
  • ค่าเช่าทรัพย์สิน

ระยะเวลาการสืบทรัพย์บังคับคดี

หลังจากชนะคดีมีคำพิพากษาออกมาแล้ว กฎหมายให้เวลาเจ้าหนี้ในการสืบทรัพย์และดำเนินการบังคับคดีกับลูกหนี้เป็นเวลา 10 ปี หากพ้นระยะเวลา 10 ปีไปแล้ว เจ้าหนี้ไม่สามารถดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ได้ หมายความว่า นับจากวันที่มีคำพิพากษาเจ้าหนี้สามารถดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดีได้ และเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการบังคับคดีได้ก่อน 10 ปี และมีการยึดทรัพย์ของจำเลยได้เป็นบางส่วนแล้ว แม้ลูกหนี้จะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาเกิน 10 ปีแล้ว หนี้สินส่วนที่เหลือก็ยังถูกยึดทรัพย์ได้ตลอดไปไม่มีระยะเวลาแล้ว หรือจนกว่าจะหมดหนี้ 

ข้อควรระวังของเจ้าหนี้ สำหรับระยะเวลาการสืบทรัพย์บังคับคดี กรณีหลังจากได้คำพิพากษามาแล้ว เจ้าหนี้ไม่สามารถสืบทรัพย์บังคับคดีได้ภายในระยะเวลา 10 ปี หากพ้นระยะเวลานี้แล้ว แม้ลูกหนี้จะมีเงินทองหรือทรัพย์สินขึ้นมา เจ้าหนี้ตามกฎหมายก็ไม่สามารถไปดำเนินการยึดหรืออายัดได้

ที่มา : thanalaw

related