งานราชการไม่ใช่ทางรอด ยุคประตูปิดรับคนใหม่ คนจบทะลัก 4 แสน ตลาดแรงงานเอกชนก็หดตัว

งานราชการไม่ใช่ทางรอด ยุคประตูปิดรับคนใหม่ คนจบทะลัก 4 แสน ตลาดแรงงานเอกชนก็หดตัว

เศรษฐกิจถ่วง ตลาดแรงงานปี 2569 ตึงเครียด - บัณฑิตจบใหม่ปีละเกือบ 4 แสนคน หางานยาก ขณะที่ภาคเอกชนปิดกิจการ-ลดคนงาน ประตูรัฐก็ปิด! ครม.ชะลอรับข้าราชการใหม่ ยุบ 11 สายงานเมื่อเกษียณปี 70 - ความมั่นคงที่เคยมี ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนอีกต่อไป

SHORT CUT

  • ตลาดแรงงานไทยปี 2569 แข่งขันหนักขึ้น เด็กจบใหม่หางานยากขึ้น ขณะที่เอกชนชะลอรับคน ลดต้นทุน และปรับโครงสร้างการจ้างงาน
  • งานราชการก็ไม่ใช่เซฟโซนเหมือนเดิม ครม.เห็นชอบปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ ชะลออัตราข้าราชการใหม่ และเตรียมยุบ 11 สายงานสนับสนุนเมื่อมีการเกษียณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570
  • ความมั่นคงยุคใหม่คือทักษะ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งงาน คนรุ่นใหม่ต้องเร่ง Reskill และ Upskill โดยเฉพาะทักษะดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับตัวให้ทันตลาดแรงงานที่เปลี่ยนเร็วขึ้น

เศรษฐกิจถ่วง ตลาดแรงงานปี 2569 ตึงเครียด - บัณฑิตจบใหม่ปีละเกือบ 4 แสนคน หางานยาก ขณะที่ภาคเอกชนปิดกิจการ-ลดคนงาน ประตูรัฐก็ปิด! ครม.ชะลอรับข้าราชการใหม่ ยุบ 11 สายงานเมื่อเกษียณปี 70 - ความมั่นคงที่เคยมี ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนอีกต่อไป

สถานการณ์ตลาดแรงงานไทยปี 2569 เผชิญความท้าทายอย่างหนัก ภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้จำนวนกิจการที่ปิดตัวลงเพิ่มขึ้น ธุรกิจลดการจ้างงาน และบางแห่งยังต้องปลดพนักงานเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานปีละประมาณ 3.8-4.0 แสนคน โดยกลุ่มบัณฑิตจบใหม่มีอัตราการว่างงานสูงถึงราว 14.5-16% หรือเกือบ 1 ใน 6 ที่ยังหางานไม่ได้ อัตราการว่างงานรวมทั้งประเทศอยู่ที่ราว 5.3-6.1 แสนคน ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมามุ่งหวังพึ่งพา 'งานราชการ' ที่เคยเชื่อว่าเป็นที่พักพิงที่มั่นคงที่สุดท่ามกลางวิกฤต

แต่ความหวังดังกล่าวกำลังจางหาย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐครั้งใหญ่ โดยระบุว่า งบบุคลากรภาครัฐกินสัดส่วนสูงถึง 70% ของงบประมาณรายจ่ายประจำ จึงจำเป็นต้องปรับระบบเพื่อให้การใช้จ่ายคุ้มค่าและสอดคล้องกับสถานะทางการคลัง ประกอบด้วยมาตรการสำคัญ ได้แก่ ชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี ให้ส่วนราชการบริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ บรรจุเฉพาะอัตราว่างที่จำเป็นและอยู่ระหว่างการสอบเท่านั้น

พร้อมยุบเลิกตำแหน่งว่างเมื่อเกษียณอายุราชการตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ไม่ทดแทนด้วยข้าราชการหรือพนักงานราชการ ยกเว้นสายงานแพทย์-ทันตแพทย์และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ และทยอยยุบเลิก 11 สายงานสนับสนุนเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ ได้แก่ เจ้าพนักงานธุรการ (ส่วนกลาง), เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์, เจ้าพนักงานสื่อสาร, เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา, เจ้าพนักงานห้องสมุด, นายช่างขุดลอก, นายช่างพิมพ์, นายช่างภาพ, นายช่างศิลป์, บรรณารักษ์ (ยกเว้นกรมศิลปากร) และผู้ประกาศและรายงานข่าว โดยเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นทดแทน

จากข้อมูลทั้งหมดจึงเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น - ยุคที่ 'เอกชนไม่รับ รัฐก็รับเสมอ' ได้จบลงแล้ว ในเวลาที่ภาคธุรกิจกำลังถอย รัฐเองก็กำลังปิดประตูรับคนใหม่ ความหวังที่ทุกคนเคยมุ่งไปหา 'งานราชการที่มั่นคงตลอดชีวิต' จึงไม่อาจพึ่งพาได้อีกต่อไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต่างปรับตัว ภาครัฐต้องวางแผนรองรับคนรุ่นใหม่ให้มากกว่าแค่ 'ลดรับ' ภาคเอกชนเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็ขอให้เปิดใจรับโอกาสแก่พลังงานใหม่ ส่วนคนรุ่นใหม่เอง จงจำไว้ว่าในยุคที่ไม่มีอะไรรับประกัน ความสามารถและทักษะที่พัฒนาตลอดเวลา ต่างหากที่จะเป็นหลักประกันความมั่นคงที่แท้จริงและยั่งยืนที่สุด

related