
SHORT CUT
GRAMMY เปิดผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 รายได้รวม 2,987 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นแตะ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% จากปีก่อน หลังธุรกิจเพลงโตตามกระแสคอนเสิร์ตและการฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง
ในวันที่รายได้ของอุตสาหกรรมเพลงไม่ได้มาจากการ ‘ขายเพลง’ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป คอนเสิร์ต สตรีมมิ่ง แฟนด้อม และการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของธุรกิจบันเทิง และภาพดังกล่าวเริ่มสะท้อนชัดขึ้นในผลประกอบการของ GMM Grammy
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY รายงานผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 2,987.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 235.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.2%
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก ธุรกิจเพลง ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังให้ความสนใจกับการชมคอนเสิร์ตและการฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
GRAMMY ระบุว่า คอนเสิร์ตหลายงานได้รับการตอบรับสูง บางงานสามารถจำหน่ายบัตรหมดตั้งแต่วันแรกจนต้องเพิ่มรอบการแสดง สะท้อนว่ารายได้จาก “ประสบการณ์สด” ยังคงเป็นตลาดสำคัญของธุรกิจเพลง
ในอีกด้านหนึ่ง การบริโภคเพลงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยขยายรายได้จากช่องทางดิจิทัล และทำให้เพลงหนึ่งเพลงสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้มากกว่าการพึ่งพารูปแบบการขายเพลงแบบเดิม
นอกจากธุรกิจหลัก GRAMMY ยังรับรู้ ส่วนแบ่งกำไรจาก The ONE Enterprise จำนวน 33.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 188% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจ Idol Marketing ทั้งการจัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ และการจำหน่ายสินค้าแฟนคลับ
ภาพนี้สะท้อนอีกด้านของเศรษฐกิจแฟนด้อม เพราะรายได้ของศิลปินในปัจจุบันไม่ได้จบแค่ยอดฟังหรือยอดวิว แต่สามารถต่อยอดไปสู่บัตรคอนเสิร์ต อีเวนต์ Merchandise และกิจกรรมที่แฟนคลับพร้อมจ่ายเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมกับศิลปิน
จุดที่น่าสนใจของงบครึ่งปีนี้คือ แม้รายได้รวมของ GRAMMY จะเพิ่มขึ้นเพียง 2% แต่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นกลับเพิ่มขึ้นถึง 132.2% บริษัทระบุว่า นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ปัจจัยสำคัญมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 GRAMMY มีสินทรัพย์รวม 8,070.9 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 4,589.6 ล้านบาท และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 826.2 ล้านบาท
ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ IBD/E อยู่ที่ 0.06 เท่า เมื่อไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า
หลังผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโต คณะกรรมการบริษัท GRAMMY มีมติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิของงวด 6 เดือนแรก ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น
กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล หรือ Record Date วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 11 กันยายน 2569
บุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาส 2 สะท้อนความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยบริษัทมุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมปรับพอร์ตและควบคุมต้นทุนควบคู่กัน
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการนำ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP และคอนเทนต์ ที่บริษัทถืออยู่มาต่อยอดสร้างรายได้ผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่เพลง คอนเทนต์ สื่อ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
สำหรับครึ่งหลังของปี 2569 GRAMMY ประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจยังเป็นบวก โดยจะเดินหน้าสร้างรายได้จากคอนเทนต์และ IP เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย พัฒนารายได้รูปแบบใหม่ และควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า GRAMMY จะขายเพลงได้มากขึ้นแค่ไหน แต่คือบริษัทจะเปลี่ยนเพลง ศิลปิน และฐานแฟนคลับที่มีอยู่ ให้กลายเป็นรายได้หลายชั้นได้มากเพียงใด เพราะในธุรกิจเพลงยุคสตรีมมิ่ง 'เพลง' อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เงินจำนวนมากกำลังเกิดขึ้นหลังจากคนกดฟังเพลงนั้นไปแล้ว