
SHORT CUT
หมดปัญหาเพื่อนบ้านมหาภัย! เคลียร์ชัดกฎหมาย 'จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น' จอดขวางทางเข้า-ออกบ้านคนอื่น ชี้แม้เป็นถนนสาธารณะก็ไม่มีสิทธิ์จอดกีดขวาง เปิด 4 วิธีรับมืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บนโลกโซเชียลเรามักจะเห็นกรณีพิพาทเรื่องการจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่เกรงใจกันก็พอ แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมมักง่ายเช่นนี้กลับนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมานักต่อนัก ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องนี้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของบ้านไว้อย่างชัดเจน และไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หากคุณได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีคนนำรถมาจอดกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน จนไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้านได้ รู้หรือไม่ว่าเจ้าของรถกำลังทำผิดกฎหมายอาญา โดยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคหนึ่ง ระบุว่า การกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากเข้าข่ายวรรคสอง จะมีโทษหนักขึ้นคือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเจ้าของบ้านที่เดือดร้อนสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที
ข้ออ้างยอดฮิตของคนมักง่ายคือ "นี่มันถนนสาธารณะ ใครจะจอดก็ได้" แต่ความจริงแล้วกฎหมายไม่ได้บอกแบบนั้น ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 55 และมาตรา 57 ระบุชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร และห้ามจอดรถตรงปากทางเข้า-ออกของอาคารหรือทางเดินรถ หรือในระยะ 5 เมตรจากปากทางเดินรถ ซึ่งการฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แม้จุดนั้นจะเป็นถนนสาธารณะก็ตาม
เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่ร่วมกัน เราต้องเข้าใจคำจำกัดความทางกฎหมายของคำว่า "ถนน" และ "ทาง" ซึ่งมีไว้เพื่อการ "สัญจร" หรือเดินทางผ่านไปมาเท่านั้น กฎหมายอนุญาตให้หยุดรถเพื่อรับ-ส่งผู้คนได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถนำรถมาจอดแช่ หรือใช้พื้นที่ถนนสาธารณะหน้าบ้านคนอื่นเป็นลานจอดรถส่วนตัวได้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการรบกวนและล่วงละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นโดยตรง
หากวันดีคืนดี เจอกลุ่มคนมักง่ายมาจอดรถขวางหน้าบ้าน แนะนำให้รับมือตามขั้นตอนดังนี้
อย่าปล่อยให้ความเกรงใจทำร้ายเรา และอย่าปล่อยให้คนมักง่ายลอยนวล เพราะกฎหมายมีไว้คุ้มครองสิทธิ์ของทุกคน