'ชัชชาติ' กางมาตรการคุมเข้ม 5 ด้าน Data Center กทม. ยันไร้กระทบเมือง

'ชัชชาติ' กางมาตรการคุมเข้ม 5 ด้าน Data Center กทม. ยันไร้กระทบเมือง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แถลงผลตรวจ Data Center 43 แห่งใน กทม. พร้อมเปิดมาตรการคุมเข้ม 5 ด้าน ทั้งเสียง ความร้อน และสิ่งแวดล้อม ยันไฟ-น้ำพอ ไร้ผลกระทบประชาชน

SHORT CUT

  • กทม. ยืนยัน Data Center ที่มีอยู่ 43 แห่งเป็นขนาดเล็กถึงกลาง ใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 2% และใช้น้ำน้อยกว่าห้างสรรพสินค้า จึงไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรของเมือง
  • บังคับใช้มาตรการควบคุม 5 ด้าน ทั้งการตรวจมลพิษทางน้ำ-อากาศ-เสียง การควบคุมอุณหภูมิเพื่อป้องกันปรากฏการณ์เกาะความร้อน และการตรวจเชื้อโรคจากหอผึ่งเย็น
  • สั่งชะลอการพิจารณาอนุญาต Data Center แห่งใหม่ที่เป็นอาคารเดี่ยว (Standalone) เพื่อรอความชัดเจนด้านข้อกำหนดผังเมืองรวมในอีก 2 สัปดาห์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แถลงผลตรวจ Data Center 43 แห่งใน กทม. พร้อมเปิดมาตรการคุมเข้ม 5 ด้าน ทั้งเสียง ความร้อน และสิ่งแวดล้อม ยันไฟ-น้ำพอ ไร้ผลกระทบประชาชน

วันที่ 14 กันยายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการเข้าตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่ กทม. เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยจากการรวบรวมข้อมูลพบว่าในปัจจุบันมี Data Center เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 43 แห่ง และมีรูปแบบอาคารเดี่ยว (Standalone) อีก 6 แห่ง ซึ่งในกลุ่มนี้เปิดใช้งานแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง และเขตสวนหลวง ส่วนอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างการชะลอโครงการ ทั้งนี้ผลการลงพื้นที่ตรวจเช็กลิสต์ของ กทม. ร่วมกับสำนักงานเขต พบว่าทุกจุดที่เปิดบริการยังไม่มีการร้องเรียนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชน

ไขข้อสงสัยกินไฟ-ใช้น้ำ? ชี้ขนาดใน กทม. ไม่ใช่ Hyperscale

สำหรับข้อกังวลเรื่องการแย่งใช้ทรัพยากรพลังงานและน้ำประปา ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า Data Center ใน กทม. ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็กถึงกลาง มีกำลังการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 20–25 เมกะวัตต์ ต่างจากต่างจังหวัดที่เป็นระดับ Hyperscale ขนาดใหญ่ถึง 200-300 เมกะวัตต์ ด้านการใช้ไฟฟ้านั้น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ยืนยันว่า Data Center ทั้งหมดใช้ไฟรวมกันไม่เกิน 2% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดใน กทม. ขณะที่การใช้น้ำประปาก็พบว่ามีปริมาณน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคของคนเมือง

 

เปิดมาตรการคุมเข้ม 5 ด้าน สุ่มตรวจมลพิษ-คุมเชื้อโรคร้าย

ระหว่างรอเกณฑ์ควบคุมระยะยาวจากคณะกรรมการชุดใหญ่ กทม. ได้บังคับใช้มาตรการเฝ้าระวัง 5 ด้านอย่างเข้มข้น เริ่มจากการตรวจใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานและใบรับรองมาตรฐานสากลซึ่งต้องต่ออายุทุก 3 ปี  ด้านสิ่งแวดล้อม กทม. กำหนดให้สุ่มตรวจคุณภาพน้ำเสียเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งค่า BOD, TSS, TDS, F และ TKN พร้อมสุ่มตรวจเชื้อลีเจียนเนลลา (Legionella) ในไอน้ำจากหอผึ่งเย็น (Cooling Tower) ปีละ 2 ครั้งเพื่อความปลอดภัยทางสาธารณสุข รวมทั้งติดระบบตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 แบบ Real-time

สแกนเกาะความร้อนเมือง ห้ามอุณหภูมิชุมชนพุ่งเกิน 2-4 องศา

เพื่อสยบความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island) จากระบบระบายความร้อนของ Data Center กทม. ได้ออกข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ 2 จุดสำคัญ คือ บริเวณดาดฟ้าอาคารต้นกำเนิดความร้อน และในพื้นที่ชุมชนรอบข้างรัศมี 500 เมตร โดยกำหนดเงื่อนไขเด็ดขาดว่า อุณหภูมิความต่างระหว่างจุดกำเนิดความร้อนกับชุมชนต้องไม่เกิน 2-4 องศาเซลเซียสตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการอยู่อาศัยของประชาชน

คุมเข้มมลพิษทางเสียง สั่งทดสอบระบบไฟสำรองเฉพาะกลางวัน

ด้านมลพิษทางเสียง กทม. กำหนดมาตรฐานเสียงเฉลี่ยรอบ 24 ชั่วโมงไว้ไม่เกิน 70 เดซิเบล และค่าสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบล จากบทเรียนในอดีตที่เคยมีการร้องเรียนเรื่องเสียงดังจากการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ช่วงกลางคืนที่เขตบางกะปิ กทม. ได้ปรับเกณฑ์ใหม่ให้ทดสอบเฉพาะกลางวัน เดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง และต้องแจ้งวันเวลาล่วงหน้า  นอกจากนี้ยังตรวจเข้มระบบอัคคีภัย สารละลายโฟม ดับเพลิง และจัดซ้อมแผนอพยพหนีไฟอย่างเคร่งครัด

ชะลอโครงการใหม่ รอผังเมืองรวมชัดเจนใน 2 สัปดาห์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ กทม. ได้ชะลอการพิจารณาอนุญาต Data Center แห่งใหม่ในรูปแบบ Standalone เอาไว้ก่อนตามนโยบาย เพื่อรอความชัดเจนด้านมาตรการและข้อกำหนดผังเมืองรวมจากคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์

โดยระหว่างนี้ได้กำชับให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตลงพื้นที่สุ่มตรวจและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความอุ่นใจและระมัดระวังผลกระทบในระยะยาว

related