
SHORT CUT
สั่งเบรกทั่วประเทศ! มท.-กทม. มีมติสั่งชะลออนุมัติ-สร้าง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ 166 โครงการ เพื่อคุมเข้มเกณฑ์ใหม่ภายใน 1 เดือน
คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีมติเห็นชอบให้ชะลอการก่อสร้างและการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลดิจิทัล (Data Center) ทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว ครอบคลุมโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างขออนุญาตอีกกว่า 117 โครงการ รวมทั้งสิ้น 166 โครงการ เพื่อเบรกการขยายตัวที่รวดเร็ว และรอการจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแลฉบับใหม่ให้มีความชัดเจนและรัดกุมสูงสุดภายใน 1 เดือน
มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดประชุม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้สอดรับกับความปลอดภัยของประชาชน โดยจากการรวบรวมข้อมูลพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดดำเนินการแล้ว 35 โครงการ แต่การหลั่งไหลเข้ามาของโครงการใหม่จำเป็นต้องได้รับการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ชะลอการจ่ายระบบสาธารณูปโภคให้แก่โครงการที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างออกไปก่อน แม้จะมีการทำข้อตกลงไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า น้ำประปา และผังเมืองในภาพรวมอย่างแน่นอน
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งชะลอการพิจารณาอนุญาตโครงการใหม่ทันที 3 โครงการ จากทั้งหมด 6 โครงการในพื้นที่ เพื่อรอฟังข้อสรุปเชิงนโยบาย ขณะที่อีก 3 โครงการที่เปิดดำเนินการไปแล้ว จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจระดับเสียงและผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังเตรียมยกระดับให้ดาต้าเซ็นเตอร์จัดอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมเฉพาะ เพื่อบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร ระยะเว้นระยะร่น และการดูแลความปลอดภัยของเชื้อเพลิงสำรองอย่างเด็ดขาด
สำหรับแนวทางกำกับดูแลใหม่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการวางวาง ‘มาตรฐานขั้นต่ำ 4 มิติ’ ได้แก่
พร้อมยืนยันด้วยว่า การชะลอโครงการครั้งนี้ทำเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ และปรับเปลี่ยนระบบจากการกระจายตัวมาเป็นการรวมศูนย์ที่สอดคล้องกับผังเมือง โดยเน้นย้ำว่าการส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีของประเทศจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิ ประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ