
SHORT CUT
‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ เปิดฉากซัมมิตวอชิงตัน บรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงทางการค้าออกไปถึง ม.ค. ปีหน้า หวังเปิดทางเจรจาปมแร่หายาก-สินค้าเกษตรกรรม
การเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กำลังเริ่มต้นขึ้น ณ กรุงวอชิงตัน ท่ามกลางสายตาของประชาคมโลก โดยถือเป็นการเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกของผู้นำจีนนับตั้งแต่ปี 2023 ภายหลังจากที่ทั้งสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต้องเผชิญหน้าในสงครามภาษีจนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผลลัพธ์สำคัญเบื้องต้นคือการบรรลุข้อตกลงขยายระยะเวลา "หยุดยิงทางการค้า" ออกไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเร่งแก้ไขข้อพิพาทที่ยังค้างคา
การขยายข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงปูซานเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งสหรัฐฯ ตกลงลดอัตราภาษีนำเข้า แลกกับการที่จีนต้องยุติการส่งออกสารเคมีตั้งต้นของยาเฟนทานิล หันกลับมารับซื้อถั่วเหลือง และผ่อนปรนมาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงแสดงความไม่พึงพอใจเนื่องจากจีนยังไม่ได้เร่งการส่งออกแร่หายากเท่าที่ควร และยังทำยอดสั่งซื้อสินค้าเกษตรไม่บรรลุเป้าหมาย 17,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีตามที่เคยรับปากไว้ ซึ่งเป็นประเด็นการเมืองที่อ่อนไหวอย่างยิ่งสำหรับทรัมป์ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
นอกจากนี้ ประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบิ๊กเทคสหรัฐฯ เช่น แซม อัลท์แมน (OpenAI), อีลอน มัสก์ (xAI), ซันดาร์ พิชัย (Google) และ ทิม คุก (Apple) เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบขาว
ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ พยายามเสนอ ‘กลไกแจ้งเตือนภัย AI’ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคง อย่างไรก็ดี ความตกลงในเชิงลึกเกี่ยวกับ AI ยังคงเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากทั้งสองประเทศกำลังแข่งขันกันอย่างหนักในการเป็นผู้นำเทคโนโลยีโลก
ขณะเดียวกัน เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้จัดตั้งคณะกรรมการการค้าซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การยกเว้นหรือลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าเกษตร รวมมูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์ต่อฝ่าย ขณะที่ประเด็นการส่งเสริมการลงทุนจากจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ยังคงถูกคัดค้านจากสมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้ประกอบการในสหรัฐฯ ที่กังวลเรื่องการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม