หวั่น 'เชื้อโรคระบาด' หลุดในห้องแล็บรัสเซีย หลังพบนักวิจัยเสียชีวิต

หวั่น 'เชื้อโรคระบาด' หลุดในห้องแล็บรัสเซีย หลังพบนักวิจัยเสียชีวิต

ทั่วโลกกังวล เมื่อรัสเซียกักตัวเกือบ 200 คนเพื่อเฝ้าระวัง หลังพบนักวิจัยด้านโรคระบาดเสียชีวิตอย่างปริศนา แต่เบื้องต้นยืนยัน ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุจากห้องทดลอง

SHORT CUT

  • นักวิจัยหญิงของสถาบันวิจัยต่อต้านโรคระบาดในรัสเซียเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งเบื้องต้นสงสัยว่าอาจเป็นการติดเชื้อกาฬโรคปอดบวม
  • เกิดความกังวลว่าเชื้อโรคอาจรั่วไหลจากห้องปฏิบัติการ หลังจากมีรายงานว่านักวิจัยทำหลอดทดลองที่มีแบคทีเรียแตกโดยไม่ตั้งใจก่อนจะล้มป่วย
  • ทางการรัสเซียสั่งกักตัวผู้มีความเสี่ยง 189 คนเพื่อเฝ้าระวัง แม้จะยืนยันว่าสถานการณ์ยังควบคุมได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติ

ทั่วโลกกังวล เมื่อรัสเซียกักตัวเกือบ 200 คนเพื่อเฝ้าระวัง หลังพบนักวิจัยด้านโรคระบาดเสียชีวิตอย่างปริศนา แต่เบื้องต้นยืนยัน ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุจากห้องทดลอง

สำนักข่าวท้องถิ่นและสื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์เฝ้าระวังด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ในรัสเซีย หลังเจ้าหน้าที่สั่งกักตัวและเฝ้าสังเกตอาการทางการแพทย์ของประชาชนรวม 189 คน อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสงสัยว่าอาจสัมผัสหรือมีความเสี่ยงต่อ 'การติดเชื้อกาฬโรค' ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับพื้นที่ใกล้เคียงและหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างมาก

การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดนี้ เกิดขึ้นหลังจากนักวิจัยหญิงวัย 28 ปีของสถาบันวิจัยต่อต้านโรคระบาดในภูมิภาคอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ทางตอนใต้ของไซบีเรีย เกิดล้มป่วยอย่างกะทันหันและเสียชีวิตจากโรคระบาดที่ไม่ระบุชนิด เบื้องต้นสงสัยว่าติดเชื้อ 'กาฬโรคปอดบวม' หลังเดินทางกลับจากภารกิจในเขตบูเรียเทีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรคใกล้ชายแดนประเทศมองโกเลีย

หวั่น 'เชื้อโรคระบาด' หลุดในห้องแล็บรัสเซีย หลังพบนักวิจัยเสียชีวิต

ขณะที่กระแสความกังวลแพร่กระจายไปทั่วโลก หลังมีรายงานข้อมูลของนักวิจัยหญิงที่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ว่า เธอทำหลอดทดลองที่มีแบคทีเรียมีชีวิตแตกโดยไม่ตั้งใจ ขณะเก็บตัวอย่างเพื่อทำการทดสอบ ก่อนที่เธอจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันอังคารด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง และเสียชีวิตในวันพฤหัสบดี

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขอนามัยและสาธารณสุขของรัสเซียชี้แจงว่า นักวิจัยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยในเบื้องต้นว่าเสียชีวิตจาก 'โรคปอดบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ' และไม่พบเชื้อจุลินทรีย์อันตรายใดๆ ที่เชื่อมโยงกับสายงานหรือภารกิจการทำงานในห้องแล็บของเธอ และยืนยันว่าสถานการณ์ด้านระบาดวิทยาในเมืองอีร์คุตสค์และเมืองเชเลคอฟ ยังคงอยู่ในสภาวะเสถียรและสามารถควบคุมได้

แม้ทางการรัสเซียจะออกมายืนยันความปลอดภัย แต่สถานการณ์ดังกล่าวกลับได้รับความสนใจในระดับสากล เช่น ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ที่กำลังจับตาดูรายงานผู้ต้องสงสัยติดเชื้อและการสั่งกักกันโรคในรัสเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการประเมินทางเลือกและความเสี่ยงต่างๆ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย องค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว