
SHORT CUT
กรมควบคุมโรค ประกาศยกระดับมาตรการรับมือหลังพบผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดในแอฟริกาเข้าไทยแล้ว 10 ราย แต่ผลตรวจเบื้องต้นยังไม่พบอาการป่วย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและคุมเข้มการระบาดของ "ไวรัสอีโบลา" ขึ้นไปสู่ขั้นสูงสุด พร้อมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อวางมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มงวด
มาตรการเร่งด่วนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูโย ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็น 'ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ' เนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์ระบาดในพื้นที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า ขณะนี้ไทยพบผู้เดินทางพื้นที่ที่มีการระบาดของไวรัสอีโบลา เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยแล้วราว 10 คน (มาจากยูกันดา 8 คน และคองโก 2 คน) โดยผลการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคเบื้องต้น ยังไม่พบอาการป่วยใด ๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ออกคําสั่งให้คุมตัวไว้เพื่อสังเกตอาการต่อเนื่องจนกว่าจะครบกําหนด 21 วัน
ขณะที่มติคณะกรรมการด้านวิชาการ ได้กําหนดแนวทางปฏิบัติ 3 กลุ่มชัดเจน
1. ผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ไม่มีอาการ) ต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่รัฐกําหนด (Quarantine) เป็นเวลาอย่างน้อย
2. ผู้เดินทางจากยูกันดา (ไม่มีอาการ) ให้คุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออย่างน้อย 21 วัน
3.ผู้เดินทางที่มีอาการเข้าข่ายสงสัย (จากทั้งสองประเทศ) จะถูกส่งตัวเข้าสู่ระบบแยกกักในสถานพยาบาลที่กําหนด (Isolation) ทันทีอย่างน้อย 21 วัน
อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคจะยังติดตามและประเมินสถานการณ์ระบาดจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน เพื่อปรับปรุงและยกระดับมาตรการการป้องกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป