'ท่องเที่ยวไทย' เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจ วันนี้เกิดอะไรขึ้น? โรงแรมปิดตัวเพียบ

'ท่องเที่ยวไทย' เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจ วันนี้เกิดอะไรขึ้น? โรงแรมปิดตัวเพียบ

ท่องเที่ยวไทยเกิดอะไรขึ้น! KResearch เผย โรงแรมปิดกิจการพุ่ง 42% ผู้ประกอบการกว่า 38% ขาดทุนสะสม 3 ปีติด เตือนปี 2570 เสี่ยงหนัก

SHORT CUT

  • โรงแรมไทยปิดกิจการพุ่ง 42% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการกว่า 38% ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 3 ปี
  • ธุรกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แม้รายได้โรงแรมปี 2569 คาดแตะ 1.1 ล้านล้านบาท แต่อัตราการเข้าพักเติบโตเพียง 0.18% และมี 19 จังหวัดที่อัตราการเข้าพักติดลบ
  • ปี 2570 ยังเสี่ยงสูง ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังผันผวน กระทบโอกาสทำกำไรของผู้ประกอบการ

ท่องเที่ยวไทยเกิดอะไรขึ้น! KResearch เผย โรงแรมปิดกิจการพุ่ง 42% ผู้ประกอบการกว่า 38% ขาดทุนสะสม 3 ปีติด เตือนปี 2570 เสี่ยงหนัก

ท่องเที่ยวไทย คือหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด ด้วยเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และการบริการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามา สร้างเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น

แต่ท่ามกลางภาพการท่องเที่ยวที่หลายคนคุ้นเคย วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจโรงแรมไทย เมื่อ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เผยตัวเลขที่น่ากังวล พบยอดจดทะเบียนเลิกกิจการโรงแรมและที่พักในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พุ่งขึ้น 42% ขณะที่ผู้ประกอบการกว่า 38% เผชิญภาวะขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน สะท้อนให้เห็นว่า แม้การท่องเที่ยวจะยังสร้างรายได้มหาศาล แต่ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวอาจไม่ได้กระจายไปถึงผู้ประกอบการทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง และปี 2570 ยังมีโจทย์ท้าทายรออยู่อีกมาก

โรงแรมไทยตลาดใหญ่ แต่ความเปราะบางกำลังเพิ่มขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีมูลค่าตลาดคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 5.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ณ ราคาปัจจุบันในปี 2569

ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ เดือนกันยายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักประมาณ 15,000 ราย โดยกว่า 98% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะที่ธุรกิจนี้มีการจ้างงานประมาณ 430,000 คน หรือคิดเป็นราว 1% ของการจ้างงานทั้งหมด ตามข้อมูลรายงานบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวปี 2568 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักจะมีรายได้รวมประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากปี 2568 โดยนับรวมรายได้จากการเข้าพักของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนรายได้อื่น ๆ เช่น การจัดงานสัมมนาและการประชุม

อย่างไรก็ตาม แม้รายได้โดยรวมยังเติบโต แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวกลับมีสัญญาณความเปราะบางเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนกิจการที่ปิดตัว ผลประกอบการที่ขาดทุน และการฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักที่ไม่ทั่วถึง

เปิด 3 สัญญาณเตือน โรงแรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดัน

1. ปิดกิจการเพิ่ม 42% สวนทางธุรกิจเปิดใหม่ที่ชะลอตัว

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจโรงแรมและที่พักจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 779 ราย ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จำนวนกิจการใหม่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

ขณะที่จำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกกิจการกลับเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นจำนวน 148 ราย สะท้อนแรงกดดันที่ผู้ประกอบการบางส่วนกำลังเผชิญ ท่ามกลางภาวะธุรกิจที่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน

2. ผู้ประกอบการกว่า 38% ขาดทุนสะสม 3 ปีติดต่อกัน

อีกหนึ่งสัญญาณที่น่ากังวล คือผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมและที่พัก โดยพบว่ากว่า 38% ของผู้ประกอบการมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2566-2568

เฉพาะปี 2568 มีผู้ประกอบการประมาณ 51% ที่มีผลประกอบการขาดทุน โดยกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุด มีสัดส่วนผู้ประกอบการที่ขาดทุนประมาณ 54% และในจำนวนนี้กว่า 42% ขาดทุนสะสมต่อเนื่องตลอด 3 ปี

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาของธุรกิจไม่ได้อยู่แค่รายได้ที่เติบโตช้าในบางช่วง แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทำกำไรและการประคองสภาพคล่องให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

3. อัตราเข้าพักฟื้นตัวต่ำ หลายจังหวัดยังเผชิญสถานการณ์ติดลบ

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 อัตราการเข้าพักของสถานพักแรมเติบโตเพียง 0.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีถึง 19 จังหวัดที่อัตราการเข้าพักติดลบ

 

การฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่มาก หากรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน ก็อาจต้องตัดสินใจปิดกิจการหรือขายกิจการในที่สุด

ปี 2570 โรงแรมไทยยังเหนื่อย ความเสี่ยงรอบด้านกดดันกำไร

สำหรับแนวโน้มปี 2570 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักไทยยังคงมีความเปราะบางสูง และต้องรับมือกับบริบทการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจชะลอการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและผลักดันต้นทุนให้สูงขึ้น ตลอดจนความท้าทายด้านกฎระเบียบและวิกฤตภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อศักยภาพในการทำกำไรของผู้ประกอบการ

ด้านการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 31-33 ล้านคน หรือมีโอกาสตั้งแต่หดตัว 1% ไปจนถึงเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปี 2569 หลังจากในปี 2569 คาดว่าจะหดตัว 4%

ตลาดที่ยังต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ นักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีระยะเวลาพำนักในประเทศไทยยาวกว่านักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ หากการเดินทางของกลุ่มเหล่านี้ชะลอตัว ก็อาจส่งผลต่อรายได้ของโรงแรมบางกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า อัตราการเข้าพักของสถานพักแรมทั่วประเทศในปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 69.58-71.69% โดยมีโอกาสตั้งแต่หดตัว 2% ไปจนถึงเติบโต 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากปี 2569 คาดว่าจะลดลง 0.1%

ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจซ้ำเติมผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กที่มีเงินทุนสำรองไม่มาก และยังต้องเผชิญการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในตลาด

นักท่องเที่ยวกลับมา ไม่ได้แปลว่าทุกโรงแรมจะรอด

ตัวเลขรายได้ระดับล้านล้านบาทอาจสะท้อนว่าการท่องเที่ยวยังเป็นความหวังสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่จำนวนโรงแรมที่ปิดกิจการและผู้ประกอบการที่ขาดทุนต่อเนื่อง ก็กำลังบอกอีกด้านของเรื่องราวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะเติบโตไปพร้อมกัน

โจทย์ของท่องเที่ยวไทยจึงไม่ใช่เพียงการดึงนักท่องเที่ยวให้เข้าประเทศมากขึ้น แต่ต้องทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปถึงผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง และช่วยให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนรายได้เป็นกำไรที่ยั่งยืนได้จริง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการท่องเที่ยวไทย ไม่ควรวัดแค่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา หรือเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่ต้องวัดจากการที่ผู้ประกอบการยังมีแรงไปต่อ คนทำงานยังมีอาชีพ และธุรกิจท้องถิ่นยังยืนหยัดอยู่ได้

เพราะการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การพาคนมาเที่ยวไทยให้มากที่สุด แต่คือการทำให้คนไทยที่อยู่เบื้องหลังการท่องเที่ยว เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

related