ม็อบ 'กำนันมะโน' ม็อบปากท้องจุดติด แต่ลุกลามยาก เพราะไร้ไม้ขีดไฟก้านเดียว?

ม็อบ 'กำนันมะโน' ม็อบปากท้องจุดติด แต่ลุกลามยาก เพราะไร้ไม้ขีดไฟก้านเดียว?

เจาะ 'ม็อบกำนันมะโน' กับคลื่นเดือดร้อนปากท้อง แม้จุดติดเป็นเชื้อไฟ แต่ไร้ไม้ขีดไฟก้านเดียวทางการเมือง จะลุกลามได้จริงหรือ

SHORT CUT

  • การชุมนุมนำโดย 'กำนันมะโน' เป็นการรวมตัวของหลายกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องโดยตรง เช่น ราคาน้ำมันแพง และการคอร์รัปชัน
  • บทวิเคราะห์ชี้ว่าม็อบอาจไม่ลุกลามใหญ่โต เนื่องจากมีปัจจัยสกัดกั้น เช่น มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ และโครงสร้างสังคมไทยที่พึ่งพากันซึ่งช่วยรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
  • การประท้วงยังขาด 'ไม้ขีดไฟก้านเดียว' ซึ่งหมายถึงประเด็นทางการเมืองที่สร้างอารมณ์ร่วมรุนแรงในสังคม เพื่อยกระดับการชุมนุมให้เป็นไฟลามทุ่ง
  • ท่าทีของรัฐบาลที่เลือกจะ 'ใจดีสู้เสือ' โดยไม่สกัดกั้นผู้ชุมนุมและพร้อมรับฟังปัญหา เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
  • บทเรียนจากประวัติศาสตร์ชี้ว่าม็อบในไทยมักไม่สามารถล้มรัฐบาลได้สำเร็จ หากไม่เกิดวิกฤตการณ์ระดับชาติ หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ

เจาะ 'ม็อบกำนันมะโน' กับคลื่นเดือดร้อนปากท้อง แม้จุดติดเป็นเชื้อไฟ แต่ไร้ไม้ขีดไฟก้านเดียวทางการเมือง จะลุกลามได้จริงหรือ

ภาพการเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ชุมนุมระลอกใหม่เริ่มก่อตัวขึ้น โดยมีหัวขบวนสำคัญคือ 'กำนันมะโน' (กำนันมโนพร์ เครือแก้ว) แกนนำกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) ที่ประกาศนำคาราวานยานพาหนะกว่า 1,000 คัน เข้าปักหลักชุมนุมแบบอารยะขัดขืนหน้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งได้แนวร่วมจากภาคใต้ เช่น กำนันซิ (สุริยะ ปาลาเร่) อดีตนายกเทศมนตรีตำบลจนะ ที่ขนมวลชนเข้าร่วมทวงถามความเป็นธรรมเรื่องคอร์รัปชันและทุนจีนสีเทา ถือเป็นม็อบที่มีฐานมาจากความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่โดยตรง

แนวร่วมหลากหลาย จากสิบล้อ Truck Power ถึง คปท. เหมืองโปแตช

ความน่าสนใจของการชุมนุมรอบนี้คือการเกิดปฏิกิริยาสอดรับจากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Truck Power นำโดย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ที่เคลื่อนขบวนบุกกระทรวงพลังงานเพื่อสะท้อนปัญหาน้ำมันแพง หรือกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย พิชิต ชัยมงคล ที่ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ภาคอีสาน การรวมตัวกันของม็อบหลายสายในเวลาใกล้เคียงกันทำให้ปัญหากลายเป็นคลื่นความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจที่หลากประเด็น

รัฐบาลใจดีสู้เสือ ยืนยันเศรษฐกิจขาขึ้น พร้อมรับฟัง

ท่าทีของฝั่งรัฐบาลเลือกที่จะ 'ใจดีสู้เสือ' โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือตำรวจสกัดกั้นการเดินทางของผู้ชุมนุม แต่เน้นอำนวยความสะดวกและคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พร้อมชี้แจงว่าภาพรวมเศรษฐกิจและราคาพืชผลทางการเกษตรกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอที่มีเหตุผลเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา แต่ก็ต้องลุ้นกันต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะพอใจแค่การยื่นหนังสือหรือจะยกระดับยืดเยื้อ

ทำไมม็อบปากท้อง 'จุดติด...แต่ไม่ลุกลาม'

กูรูด้านความมั่นคงประเมินว่า ม็อบกำนันมะโนและม็อบปากท้องในมิติความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ 'อาจจะจุดติด แต่ลุกลามยาก' ซึ่งมีปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการที่ทำให้ม็อบประเภทนี้ไม่สามารถขยายตัวจนถึงขั้นโค่นล้มรัฐบาลได้ง่ายๆ แม้จะมีกระแสความไม่พอใจในเรื่องค่าครองชีพหรือราคาน้ำมันแพงสะสมอยู่ก็ตาม

ปัจจัยแรกคือ กลไกอุดหนุนของภาครัฐ เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการยอมบิดเบือนกลไกตลาดเพื่อชะลอความแรงของราคาน้ำมัน ทำให้บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้ในระดับหนึ่ง ปัจจัยที่สองคือ โครงสร้างสังคมไทยที่เป็นสังคมพึ่งพาอาศัย มีเศรษฐกิจนอกระบบ ตลาดนัด และระบบครอบครัวดั้งเดิมที่เปรียบเสมือน 'ฟูกนุ่มๆ' คอยรองรับเมื่อประชาชนเจอปัญหากระทบไหล่ทางเศรษฐกิจ ต่างจากสังคมตะวันตกที่วิกฤตค่าครองชีพอาจนำไปสู่การจลาจล 

สายป่านมวลชนและโจทย์การเมืองเบื้องหลัง

อีกปัจจัยสำคัญคือ ความเข้มแข็งขององค์กรประชาชนและสายป่านการเมือง สหภาพแรงงานและกลุ่มมวลชนไทยยังขาดเอกภาพและการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง การจัดม็อบคนจนหากไม่มีกลุ่มทุนหรือพรรคการเมืองเข้ามาหนุนหลังมักจะมีสายป่านไม่ยาวพอที่จะยืดเยื้อได้ ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจของ กอรมน. ภาค 4 ส่วนหน้า พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังมุ่งเน้นการประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องมากกว่าการเดินทางมาร่วมม็อบ

 

เชื้อไฟสะสม รอไม้ขีดไฟก้านเดียวทางการเมือง

ความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ และการคอร์รัปชัน เปรียบเสมือน 'น้ำมันร้อนในกระทะ' หรือเชื้อไฟที่ทำให้อารมณ์สังคมอุ่นขึ้น แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยพิสูจน์แล้วว่า การที่ม็อบจะลุกลามเป็นไฟลุกโชนได้ ต้องอาศัย 'ไม้ขีดไฟก้านเดียว' หรือจุดพลิกเกมทางอารมณ์ร่วม เช่น กรณีการขายหุ้นชินวัตรหมื่นล้านในม็อบเสื้อเหลือง , การจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารในม็อบเสื้อแดง , หรือการดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยในม็อบ กปปส. 

ม็อบเมืองไทย (ไม่)...เคยชนะ?

การชุมนุมของมวลชนขนาดใหญ่ แม้จุดติดได้สำเร็จ และขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ สร้างอารมณ์ร่วมได้มากมาย แต่ก็ใช่ว่าม็อบจะชนะได้ง่ายๆ

ในประเทศไทย แทบไม่มีรัฐบาลไหนยอมลาออกง่ายๆ เพราะม็อบเลย ยกเว้นรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เมื่อปลายปี 2540 หลังเจอวิกฤตต้มยำกุ้งจนอ่วม รวมไปถึงม็อบวันมหาวิปโยค 14 ตุลาฯ 

ย้อนเหตุการณ์ 'ม็อบเมืองไทย' ในอดีต

  • 14 ต.ค. 2516 ขับไล่เผด็จการทรราชย์สำเร็จ (ยุค จอมพลถนอม กิตติขจร) 
  • 6 ต.ค. 2519 โดนล้อมปราบ หลังจากได้รับชัยชนะแค่ 3 ปี ก็โดนฝ่ายขวาจัดสะสมพลัง แล้วย้อนกลับมาจัดการ
  • ม็อบมือถือ พฤษภาทมิฬ 35 จบลงด้วยการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง เผาเมือง กระทั่งมีพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้ามาหยุดวิกฤตได้สำเร็จ 
  • ม็อบพันธมิตร แม้การชุมนุมจะขยายวงกว้าง แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจริง เกิดจากการรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 
  • ม็อบ นปช. การชุมนุมยืดเยื้อ และขยายพื้นที่ไปหลายจังหวัด สุดท้ายจบลงด้วยปฏิบัติการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2553 
  • ม็อบ กปปส. การชุมนุมยืดเยื้อข้ามปี ล็อกดาวน์ ปิดเมืองไม่รู้กี่รอบ แต่ก็ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ไป โค่นรัฐบาล 'นายหญิง' ไม่ลง สุดท้ายจบด้วยการรัฐประหารของ คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 
  • ม็อบสามนิ้ว เป็นม็อบยุคใหม่ ไม่มีแกนนำ และใช้โซเชียลมีเดียในการรวมพล ต่อต้านรัฐบาลลุงตู่ เมื่อปี 2563 และดันเพดานขึ้นไปจนกระทบสถาบัน สร้างรอยร้าวทางสังคมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ก็เอารัฐบาลไม่ลง

บทเรียนประวัติศาสตร์และปัญหากองทัพ

บทเรียนจากอดีตชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไทยแทบไม่เคยลาออกเพราะม็อบปากท้อง ยกเว้นวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 และการเปลี่ยนผ่านการเมืองใหญ่ๆ มักผูกติดกับ ท่าทีของกองทัพและการรัฐประหาร หากกองทัพยังยืนข้างรัฐบาล ม็อบขนาดไหนก็ล้มรัฐบาลได้ยาก ปรากฏการณ์ม็อบกำนันมะโนจึงอาจคล้ายกับ 'ม็อบเสธ.อ้าย' ในปี 2555 ที่จุดติดชั่วคราวแล้วจบลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ไม่ควรประมาทพลังความเดือดร้อนของประชาชน เพราะหากมีไม้ขีดไฟก้านเดียวถูกโยนลงมา สถานการณ์ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปได้ทันที

ที่มา : Nation TV

related