แฮกเกอร์ป่วน ‘ธนาคารเลือด’ ของฝรั่งเศส หวั่นกระทบผู้ป่วย

แฮกเกอร์ป่วน ‘ธนาคารเลือด’ ของฝรั่งเศส หวั่นกระทบผู้ป่วย

ภัยไซเบอร์ขั้นวิกฤต! แฮกเกอร์ป่วนระบบตู้แช่คลังเลือดฝรั่งเศส แอบแก้โปรแกรมเร่งความร้อนทะลุ 110 องศาฯ หวั่นกระทบผู้ป่วย

SHORT CUT

  • แฮกเกอร์เจาะระบบคลังเก็บเลือดของฝรั่งเศส โดยพยายามปรับอุณหภูมิตู้แช่แข็งจาก -30 เป็น 110 องศาเซลเซียส เพื่อทำลายเลือดและพลาสมาสำรอง
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติและระงับเหตุได้ทันท่วงที ทำให้คลังเลือดไม่ได้รับความเสียหายและไม่กระทบต่อการบริการถ่ายเลือดทั่วประเทศ
  • แม้จะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่พบว่าพื้นที่ที่ถูกโจมตีมีการเก็บ "พลาสมาแช่แข็ง" สำหรับใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ

ภัยไซเบอร์ขั้นวิกฤต! แฮกเกอร์ป่วนระบบตู้แช่คลังเลือดฝรั่งเศส แอบแก้โปรแกรมเร่งความร้อนทะลุ 110 องศาฯ หวั่นกระทบผู้ป่วย

เกิดเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความหวาดวิตกไปทั่ววงการการแพทย์และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในยุโรป หลังผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์พบว่า มีแฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมระยะไกลของคลังเก็บรักษาเลือดแช่เย็น สังกัดหน่วยงานโลหิตแห่งชาติฝรั่งเศส (Etablissement Français du Sang: EFS) โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายเสบียงเลือดและพลาสมาสำรองของประเทศ

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 2 พฤศจิกายน 2026 โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ไม่ทราบฝ่ายได้ลักลอบบุกรุกเข้าสู่ระบบไอทีของ "Coolworld" ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมาบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นรายสำคัญของ EFS จากนั้นแฮกเกอร์ได้เข้าแทรกแซงและตั้งโปรแกรมการทำงานของตู้แช่แข็งใหม่ ซึ่งตามปกติจะรักษาอุณหภูมิไว้ที่จุดเยือกแข็ง -30 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพผลิตภัณฑ์เลือดและพลาสมาอย่างปลอดภัย แต่กลับถูกปรับการตั้งค่าอุณหภูมิให้พุ่งสูงขึ้นไปถึง 110 องศาเซลเซียส เพื่อหวังทำลายตัวอย่างทั้งหมด

แฮกเกอร์ป่วน ‘ธนาคารเลือด’ ของฝรั่งเศส หวั่นกระทบผู้ป่วย

เจ้าหน้าที่ไหวตัวทัน ระงับความเสียหายได้ทันท่วงที

โชคดีที่ช่างเทคนิคซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกะดึกได้สังเกตเห็นความผิดปกติของค่าอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาดจากระบบตรวจสอบ (Monitoring System) จึงเร่งเข้าแทรกแซงและดำเนินมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินในทันที ทำให้สามารถยับยั้งการเพิ่มขึ้นของความร้อนได้ก่อนที่คลังเลือดจะได้รับความเสียหายถาวร

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า สถานการณ์ดังกล่าวได้รับการควบคุมเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีผลกระทบต่อการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือระบบบริการถ่ายเลือดของโรงพยาบาลทั่วประเทศแต่อย่างใด

พบพลาสมาสำคัญเสี่ยงเสียหาย ชี้เป็นส่วนหนึ่งของภัยคุกคามลามทั่วยุโรป

แม้ในเบื้องต้น EFS จะรายงานว่าตู้แช่ที่ได้รับผลกระทบเป็นเพียงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดสำหรับการตรวจสุขภาพตามปกติ แต่ในแถลงการณ์ฉบับต่อมาได้รับการยืนยันเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ดังกล่าวยังมีการจัดเก็บ "พลาสมาแช่แข็ง" ที่เตรียมไว้ใช้สำหรับการถ่ายเลือดรักษาผู้ป่วยทางอุบัติเหตุและหัตถการทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เหตุการณ์บ่อนทำลายคลังเลือดในฝรั่งเศสครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเดี่ยวๆ แต่เกิดขึ้นพร้อมกับคลื่นการโจมตีทางไซเบอร์ในวงกว้างที่มุ่งเป้าไปยังระบบทำความเย็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย โดยเฉพาะระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตและคลังสินค้าในอีกกว่า 12 ประเทศทั่วทวีปยุโรป สะท้อนถึงเทรนด์การโจมตีทางไซเบอร์ที่เริ่มหันมามุ่งเป้าทำลายระบบการดำรงชีวิตและสาธารณสุขฝ่ายพลเรือนโดยตรง