svasdssvasds

จักรวาลยาดมไทย 4,500 ล้านบาท มรดกภูมิปัญญาสู่ Soft Power เขย่าโลก

จักรวาลยาดมไทย 4,500 ล้านบาท มรดกภูมิปัญญาสู่ Soft Power เขย่าโลก

ถอดรหัสความสำเร็จ "ยาดมไทย" จากยาสามัญประจำบ้านสู่ตลาด 4,500 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยพลังไอดอลระดับโลกและปรากฏการณ์ "ยาดมหาย" จนกลายเป็นของฝากที่ทั่วโลกต้องมี

SHORT CUT

  • ตลาดยาดมไทยมีมูลค่าสูงถึง 4,500 ล้านบาท โดยมีผู้เล่นหลักสร้างรายได้ระดับพันล้าน และเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท
  • "ยาดมไทย" กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ทรงพลัง จากการยอมรับของศิลปินไอดอลระดับโลก และการเป็นของฝากยอดนิยมที่ส่งออกไปแล้วกว่า 47 ประเทศทั่วโลก
  • ปรากฏการณ์ "ยาดมหาย" กลับสร้างความถี่ในการซื้อซ้ำเฉลี่ย 1-2 หลอดต่อเดือน นี่คือกลไกสำคัญที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย

ถอดรหัสความสำเร็จ "ยาดมไทย" จากยาสามัญประจำบ้านสู่ตลาด 4,500 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยพลังไอดอลระดับโลกและปรากฏการณ์ "ยาดมหาย" จนกลายเป็นของฝากที่ทั่วโลกต้องมี

จากของใช้ที่เห็นได้ในทุกบ้าน สู่ไอเทมที่ปรากฏในมือศิลปินระดับโลก "ยาดมไทย" ได้เดินทางผ่านกาลเวลา พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นมากกว่าแค่ 'ยาสามัญประจำบ้าน'

"ยาดมไทย" คือ จักรวาลแห่งความสดชื่น ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และปัจจุบัน "ยาดม" ได้กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศไทยในเวทีโลก

จากมรดกภูมิปัญญา สู่ Soft Power ระดับโลก

รากฐานของยาดมไทยนั้นลึกซึ้งกว่าที่คิด โดยมีหลักฐานการใช้เครื่องหอมเพื่อความสดชื่นย้อนไปได้ถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมานับศตวรรษนี้ ได้ถูกพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท ในปัจจุบัน

ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านผลประกอบการล่าสุดปี 2567 ของ 4 ผู้เล่นหลักในตลาด ที่ต่างสร้างรายได้ระดับพันล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น 

  • เบอร์แทรม (เซียงเพียว/Peppermint Field) : รายได้ 1,906 ล้านบาท
  • มัลติพลาย บาย เอท (พาสเทล) : รายได้ 1,212 ล้านบาท
  • โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ (โป๊ยเซียน) : รายได้ 1,155 ล้านบาท
  • สมุนไพรไทย หงส์ไทย : รายได้ 366 ล้านบาท

ปรากฏการณ์ "ยาดมหาย" และพลังของไอดอล สร้างมูลค่าหลักพันล้าน

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จ คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในพฤติกรรมคุ้นเคยของผู้บริโภคชาวไทย จากการสำรวจประชากร 70 ล้านคน พบว่า 10% (7 ล้านคน) ใช้ยาดมอย่างน้อยเดือนละ "2 หลอด"

จึงประมาณการณ์ได้ว่า คนไทยใช้ยาดมรวมกันอย่างน้อย "14 ล้านหลอด/เดือน"

ปรากฏการณ์ "ยาดมหาย" สร้างการซื้อซ้ำ และได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักพันล้านบาท

จักรวาลยาดมไทย 4,500 ล้านบาท มรดกภูมิปัญญาสู่ Soft Power เขย่าโลก

อีกหนึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญคือพลังของไอดอลระดับโลก เพียงภาพเดียวของ "ลิซ่า BLACKPINK" หรือการหยิบใช้ของ "แจ็คสัน หวัง" ก็สามารถทำให้ยาดมไทยกลายเป็น "แรร์ไอเทม" ที่แฟนคลับทั่วโลกต้องตามหาจนสินค้าขาดตลาด

สิ่งนี้ตอกย้ำสถานะของ "ยาดมไทย" ในฐานะ Soft Power ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและทรงพลัง โดยไม่ต้องพึ่งพางบการตลาดใดๆ

จักรวาลยาดมไทย 4,500 ล้านบาท มรดกภูมิปัญญาสู่ Soft Power เขย่าโลก

จากของฝาก Top 10 สู่ตลาดโลก

ปัจจุบัน "ยาดม" ได้กลายเป็นหนึ่งในของฝาก Top 10 ที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อติดมือกลับไป โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน, เวียดนาม และญี่ปุ่น ที่หลงรักในกลิ่นอายความสดชื่นแบบไทยๆ จนทำให้ยอดขายเติบโตขึ้น 10-20% อย่างต่อเนื่อง

ศักยภาพในการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2566 ไทยส่งออกยาดมไปแล้วกว่า 47 ประเทศทั่วโลก สร้างมูลค่ากว่า 76 ล้านบาท โดยมี สปป.ลาว เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสดชื่นแบบไทยๆ นั้นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ความผูกพันที่ขาดไม่ได้

"ยาดม" มีความผูกพันกับวิถีชีวิตประจำวันของคนไทย จากผลสำรวจพบว่ากว่า 48% ของผู้ใช้ยอมรับว่า "ขาดไม่ได้" และมักจะวางไว้ในทุกที่

ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน, ห้องนั่งเล่น, หัวเตียง หรือในรถยนต์ เพราะเหตุผลง่ายๆ แต่สำคัญที่สุดคือ "ความสดชื่น" ที่ใครๆก็ติดใจจนต้องซื้อซ้ำ แม้ยาดมจะ "หาย" บ่อยแค่ไหนก็ตาม

ที่มา : DBDpoysian1936bertram1958pastelcreative-x8hongthaipanich, K SMEAC NielsenBangkokbiznews

related