
เด็กไทยครองแชมป์ใช้ AI มากที่สุดในอาเซียน.. แต่คิดเองเป็นแค่ไหน? โจทย์ใหม่การศึกษาไทยในวันที่ AI ตอบได้ทุกคำถาม
เด็กไทยใช้ AI เก่งไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน เพราะกว่า 90% ใช้ Generative AI เป็นประจำ ทั้งเรียน สรุปเนื้อหา ไปจนถึงออกแบบกราฟิก จนน่าคิดว่า การบ้านที่ส่งทุกวันนี้สะท้อนความสามารถของเด็กจริงๆ หรือความสามารถของ AI มากกว่ากัน นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของวงการการศึกษาไทย ที่ต้องเร่งเปลี่ยนนิยาม “เด็กเก่ง” จากคนที่หาคำตอบได้ถูกต้องที่สุดหรือเร็วที่สุด ไปสู่คนที่คิดเองเป็น รู้จักตรวจสอบ และตั้งคำถามได้ดีพอที่จะไม่ปล่อยให้ AI คิดแทนทั้งหมด
โครงการ LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 ออกแบบเพื่อชวนน้อง ๆ เยาวชนกว่า 100 คนจากทั่วประเทศ มาทำความเข้าใจว่า การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เริ่มต้นจากการ Prompt ให้เก่งที่สุด แต่เริ่มจากการคิดให้เป็น ตั้งคำถามให้ถูก และรู้จักตรวจสอบคำตอบที่ได้รับ เข้ามาเรียนรู้กับผู้บริหาร และทีมงานผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ลงมือทำเวิร์กชอปจากโจทย์การทำงานจริง ผ่านกรอบแนวคิด AI Thinking Framework ที่พัฒนาจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับ AI จริงภายในองค์กร LINE MAN Wongnai เพื่อฝึกกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมด้านทักษะ AI สำหรับโลกการทำงานในอนาคต
หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อง "รี่หลิง" ธิตานันท์ ธนโชคจินดาวัฒน์ นักเรียนจากโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) สะท้อนมุมมองของการเปลี่ยนจากการ "พึ่งพา AI" มาเป็น "การคิดเองก่อน" ว่า แม้ว่าจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่การเข้าร่วมค่ายนี้ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเรียนสายไหน ทุกคนก็สามารถนำ AI มาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ หากเข้าใจวิธีคิดที่ถูกต้อง และไม่ปล่อยให้ AI คิดแทน
"ก่อนหน้านี้หนูใช้ AI ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ทั้งเขียนโค้ดและทำ Prompt Engineering เพราะว่าทำ Startup เป็นแอปฝึกมวยกับเพื่อน ๆ แต่พอมาเข้าค่ายนี้ทำให้รู้ว่า AI ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยทำงานให้เร็วขึ้น แต่ต้องรู้จักคิดก่อนว่าจะใช้ AI แก้ปัญหาอะไร อย่างเวิร์กชอปที่ได้ลองใช้ AppSheet ก็ทำให้เห็นว่า AI สามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนและนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ เช่น การทำระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายจากการถ่ายใบเสร็จ ที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนได้มาก"
ขณะที่ น้องฟังก์ - สิปปภาส ใจทัศน์กุล นักเรียนจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต มีความสนใจด้าน AI และกำลังพัฒนาโปรเจกต์ของตัวเองมาตั้งแต่ระดับมัธยม เล่าว่า แม้ปกติจะใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด เรียนคณิตศาสตร์ และสรุปบทเรียนอยู่แล้ว แต่การเข้าร่วม LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 ทำให้มองเห็นอีกด้านหนึ่งของ AI ที่ไม่เคยให้ความสำคัญมาก่อน นั่นคือการรู้เท่าทันข้อจำกัดของ AI และการไม่ยอมรับคำตอบสำเร็จรูปโดยไม่ตรวจสอบ
"ผมได้เรียนรู้ว่า AI ก็มีข้อจำกัด ทั้งเรื่อง Hallucination (การสร้างข้อมูลเท็จ) และ Bias (การให้ข้อมูลที่มีอคติ) เพราะฉะนั้น ถ้าเรา Prompt แบบกว้าง ๆ เราอาจได้คำตอบที่ไม่ตรงหรือไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราเข้าใจปัญหา กำหนดขอบเขต และให้บริบทกับ AI ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดีขึ้นมาก อีกอย่างที่ชอบคือการที่พี่ ๆ สอนว่า เราไม่ควรเชื่อ AI ทันที บางครั้งต้องกล้า ‘เอ๊ะ’ กับคำตอบของ AI ก่อน กล้าตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูล และค่อย ๆ ปรับคำถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ถูกต้อง"
น้องฟังก์ยังบอกอีกว่า หลังจบกิจกรรมตั้งใจจะนำแนวคิดจาก AI Thinking Framework ไปต่อยอดกับโปรเจกต์ด้าน AI ที่กำลังพัฒนา รวมถึงความฝันในการสร้าง Startup ของตัวเองในอนาคต เพราะเชื่อว่าหากเข้าใจวิธีคิดและเลือกใช้ AI ได้อย่างถูกต้อง เทคโนโลยีจะไม่ใช่เพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่สามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง
ด้าน ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล รองประธานฝ่าย AI จาก LINE MAN Wongnai เผยถึงมุมมองที่มี AI กับเด็ก ๆ ว่า “ในวันที่ทุกคนเข้าถึง AI สิ่งที่จะทำให้แต่ละคนแตกต่างกันไม่ใช่ความสามารถในการใช้ AI แต่คือ Design Thinking หรือการเข้าใจปัญหาและผู้ใช้อย่างแท้จริง รวมถึง Critical Thinking ที่ช่วยให้สามารถตั้งคำถาม ตรวจสอบ และคัดกรองคำตอบที่ AI สร้างขึ้นได้ AI อาจช่วยให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลหรือสร้างเครื่องมือได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ AI ทดแทนไม่ได้คือความเข้าใจมนุษย์ การรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และการตัดสินใจว่าสิ่งที่ AI ตอบมานั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะหากเราไม่เข้าใจปัญหาตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้ AI เก่งแค่ไหน ก็อาจเป็นเพียงแค่เร่งความผิดพลาดให้เกิดขึ้นกับการทำงานเท่านั้น”
อนาคตของ AI จึงอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีจะฉลาดขึ้นได้แค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าระบบการศึกษาจะสอนให้เด็กใช้มันอย่างไร เพราะในวันที่ AI กลายเป็นเรื่องปกติในห้องเรียน และทักษะการทำงานร่วมกับ AI กำลังกลายเป็นพื้นฐานที่ตลาดแรงงานมองหา การห้ามใช้หรือสอนเพียงวิธีพิมพ์คำสั่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แม้วันนี้เด็กไทยจะใช้ AI มากที่สุดในอาเซียน แต่คำถามที่วงการศึกษาต้องรีบตอบคือ “เด็กไทยใช้ AI เยอะแล้ว แต่ใช้เป็นหรือยัง” และโรงเรียนพร้อมแค่ไหนที่จะเปลี่ยนจากการจับผิดว่าใครใช้ AI ทำการบ้าน ไปสู่การสอนให้เด็กคิดเป็น ตรวจสอบเป็น และใช้ AI สร้างคำตอบที่ดีกว่าเดิมให้กับตัวเองและสังคม
ดาวน์โหลด AI Thinking Framework และรับชมคลาสเรียนฟรี : https://lmwn.com/tech-camp-2026/