svasdssvasds

เทียบนโยบาย ค่าโดยสาร "รถไฟฟ้า-รถเมล์" ลดภาระค่าครองชีพการเดินทาง

เทียบนโยบาย ค่าโดยสาร "รถไฟฟ้า-รถเมล์" ลดภาระค่าครองชีพการเดินทาง

เทียบนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรค ด้านระบบขนส่งสาธารณะที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพการเดินทางของประชาชน ทุกพรรคประกาศตรงกันจะนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ ให้ค่าราคาถูกลง

SHORT CUT

  • 5 พรรคการเมืองเสนอนโยบายลดค่าโดยสารขนส่งสาธารณะเพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยมีแนวทางหลากหลาย เช่น ราคาเดียวตลอดสาย, ตั๋วร่วม, และการกำหนดเพดานราคาสูงสุด
  • พรรคเพื่อไทยชูนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์ไฟฟ้า 10 บาทต่อเที่ยว
  • พรรคประชาชนเสนอ "ตั๋วร่วม" เชื่อมต่อทุกระบบในราคา 8-45 บาทต่อเที่ยว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอระบบโซนนิ่งโดยมีเพดานค่าโดยสารรวมไม่เกิน 30 บาท
  • พรรคภูมิใจไทยเสนอรถไฟฟ้า 40 บาทต่อวัน (ไม่จำกัดเที่ยว) ส่วนพรรคพลังประชารัฐเน้นอุดหนุนค่าโดยสารเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน

เทียบนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรค ด้านระบบขนส่งสาธารณะที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพการเดินทางของประชาชน ทุกพรรคประกาศตรงกันจะนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ ให้ค่าราคาถูกลง

ในปัจจุบัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้อยู่อาศัยกว่า 14 ล้านคน แต่กลับมีผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งต่างจากเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีสัดส่วนสูงถึง 50%-80% สาเหตุหลักมาจากค่าเดินทางที่พุ่งสูง หากเดินทางไป-กลับสุดสายอาจต้องจ่ายเกิน 100 บาทต่อวัน ล่าสุด 5 พรรคการเมืองจึงเปิดศึกนโยบาย "ลดค่าครองชีพด้านการเดินทาง" เพื่อดึงคนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น

เทียบนโยบาย ค่าโดยสาร "รถไฟฟ้า-รถเมล์"

พรรคเพื่อไทย เน้น "ราคาเดียว" เข้าถึงง่าย

  • รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย : ครอบคลุมทุกสี ทุกเส้นทาง และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเปลี่ยนสาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้คนชานเมือง,
  • รถเมล์ไฟฟ้า 10 บาทต่อเที่ยว : ยกเลิกรถเมล์ร้อนและเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด
  • เป้าหมาย: เมื่อรวมค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายไป-กลับจะอยู่ที่ 60 บาทต่อวัน (หรือ 30 บาทต่อเที่ยว)

พรรคประชาชน ผลักดัน “ตั๋วร่วม” 8-45 บาทตลอดการเดินทาง

 

กำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมที่เชื่อมโยงทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ในราคา 8-45 บาทตลอดการเดินทาง จากจุดเริ่มต้นถึงจุดหมายปลายทาง 

  • เพดานราคาสูงสุด 45 บาท: ไม่ว่าจะต่อรถเมล์กี่สายหรือขึ้นรถไฟฟ้ากี่สี ยอดรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว

โครงสร้างราคาที่เป็นธรรม

  • ใช้เฉพาะรถเมล์: ค่าแรกเข้า 8 บาท + ระยะทาง 1 บาท/กม. (สูงสุดไม่เกิน 25 บาท)
  • ใช้เฉพาะรถไฟฟ้า: ค่าแรกเข้า 15 บาท + ระยะทาง 2 บาท/กม. (สูงสุดไม่เกิน 45 บาท)
  • พัฒนาแอปพลิเคชันรวมข้อมูลรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือแบบ เวลาจริง (Real-Time) พร้อมเก็บข้อมูลจุดต้นทาง-ปลายทาง (Origin-Destination) เพื่อนำมาปรับปรุงความถี่และเส้นทางเดินรถให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง

พรรคภูมิใจไทย ผลักดันนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน

กำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เส้นทางในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล กำหนดอัตราที่ไม่เกิน 40 บาทตลอดทั้งวัน โดยจะมีการกำหนดแบ่งพื้นที่ หรือจัดโซนนิ่งของเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะใช้บริการในราคาไม่เกิน 40 บาทต่อวัน ส่วนกรณีใช้บริการออกนอกโซนนิ่งที่กำหนด ก็จะกำหนดอีกราคา และหลังจัดวางโครงข่ายรถไฟฟ้าแล้ว

พรรคประชาธิปัตย์: ระบบ "Zoning" จ่ายตามจริงแต่มีเพดาน

  • ค่าโดยสาร 5 - 30 บาท : ใช้หลักการแบ่งโซน ใครเดินทางใกล้จ่ายน้อย ใครเดินทางไกลจ่ายตามความเหมาะสม
  • เพดานสูงสุด 30 บาท : กำหนดให้จ่ายไม่เกิน 30 บาท รวมทั้งระบบรถไฟฟ้าและรถเมล์เป็นโครงข่ายเดียวกัน เพื่อสลายความรู้สึกว่ารถเมล์สำหรับคนรายได้น้อยและรถไฟฟ้าสำหรับคนรายได้สูง

 

พรรคพลังประชารัฐ อุดหนุนค่ารถไฟฟ้า เฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน

  • อุดหนุนค่ารถไฟฟ้า เฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน เน้นเส้นทาง ชานเมือง - ใจกลางกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าทุกพรรคเห็นตรงกันว่าจะผลักดัน "ระบบตั๋วร่วม" เพื่อให้การเดินทางต่อเนื่องและราคาถูกลง แต่เทคนิคการคำนวณราคาก็แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย

 

related