svasdssvasds

เลือกตั้ง 2569 : โพลโค้งสุดท้ายชี้ทิศทางรัฐบาลใหม่ ใครจับขั้วได้เปรียบ

เลือกตั้ง 2569 : โพลโค้งสุดท้ายชี้ทิศทางรัฐบาลใหม่ ใครจับขั้วได้เปรียบ

เปิดผลโพลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เผยคะแนนนิยมแคนดิเดตนายกฯ และสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้ ท่ามกลางเกมการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน

SHORT CUT

  • ผลโพลหลายสำนักตรงกันว่า พรรคประชาชนมีคะแนนนิยมสูงสุดทั้งแบบบัญชีรายชื่อและคะแนนนิยมต่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง สะท้อนกระแสความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงแรง โดยเฉพาะในเขตเมืองและกรุงเทพฯ
  • พรรคเพื่อไทยยังรักษาฐานเสียงได้ในหลายพื้นที่ ขณะที่ภูมิใจไทยมีคะแนนสูสีในบางภูมิภาค ทำให้ทั้งสองพรรคยังมีบทบาทสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะไม่ได้นำโด่งเหมือนในอดีต
  • นักวิเคราะห์มองว่าหลังเลือกตั้งอาจเกิดการจับมือหลายรูปแบบ ไม่มีสูตรใดชนะขาด จำเป็นต้องอาศัยการเจรจาและความยืดหยุ่นทางนโยบาย โดยย้ำว่าผลการเลือกตั้งยังสามารถพลิกผันได้จนถึงนาทีสุดท้าย

เปิดผลโพลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เผยคะแนนนิยมแคนดิเดตนายกฯ และสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้ ท่ามกลางเกมการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน

การเลือกตั้งปี 2569 ได้ข้อยุติอย่างชัดเจนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ชนะอย่างถล่มทลาย คว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 194 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของสังคมการเมือง สูตรการจัดตั้งรัฐบาลหลายรูปแบบจึงถูกหยิบยกขึ้นมาประเมินความเป็นไปได้ โดยแต่ละสูตรสะท้อนดุลอำนาจและทิศทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ 

เลือกตั้ง 2569 : โพลโค้งสุดท้ายชี้ทิศทางรัฐบาลใหม่ ใครจับขั้วได้เปรียบ

สูตรที่ 1 ภูมิใจไทย+กล้าธรรม

ในสูตรนี้ ฝ่ายรัฐบาลประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 194 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง และพรรคเล็กอื่น ๆ อีก 30 ที่นั่ง รวมเสียงสนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ้น 282 ที่นั่ง เพียงพอสำหรับการบริหารประเทศในสภา

ขณะที่ฝ่ายค้านจะประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง รวม 219 ที่นั่ง

สูตรที่ 2: ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม

สูตรนี้ถูกมองว่าเป็นรัฐบาลแห่งเสถียรภาพสูงสุด หากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง และพรรคเล็กอื่น ๆ อีก 37 ที่นั่ง จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงรวมกันถึง 362 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น

ฝ่ายฝ่ายค้านในกรณีนี้จะเหลือเพียง พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง รวม 140 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นฝ่ายค้านขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพลังของรัฐบาล

สูตรที่ 3: ภูมใจไทย+กล้าธรรม+ประชาธิปัตย์

อีกหนึ่งทางเลือกคือการรวมตัวของ พรรคภูมิใจไทย 194 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง และพรรคเล็กอื่น ๆ 29 ที่นั่ง รวมเสียงรัฐบาล 303 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งอย่างชัดเจน แต่ยังต้องอาศัยการประคับประคองความร่วมมือภายในพรรคร่วมรัฐบาล
ฝ่ายค้านในสูตรนี้จะประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง รวม 197 ที่นั่ง

ทั้งหมดนี้คือสูตรรัฐบาลที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้บนกระดานการเมืองหลังการเลือกตั้ง 2569 และจากนี้ไป ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่โต๊ะเจรจา ว่าสุดท้ายแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลจะลงเอยในรูปแบบใด และใครจะเป็นผู้กุมทิศทางอำนาจของประเทศในช่วงต่อจากนี้.

related