
SHORT CUT
เปิดผลโพลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เผยคะแนนนิยมแคนดิเดตนายกฯ และสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้ ท่ามกลางเกมการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งปี 2569 รายการ “ผลโพล บอกอะไร?” จัดขึ้นบนเวที NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านโพลชื่อดังจากหลายสถาบันร่วมวิเคราะห์ทิศทางคะแนนเสียงและแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล, ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทกรุงเทพโพล” และ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งร่วมพูดคุยถึงภาพรวมตัวเลขคะแนนจากโพลหลายสำนักและความหมายของตัวเลขเหล่านี้ต่อการเมืองไทยในอนาคต
จากผลสำรวจรอบที่ 4 ในการสอบถามตัวแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จาก พรรคประชาชน (ปชน.) ได้รับคะแนนนิยมให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสูงสุด โดยมีตัวเลขประมาณ 33.3% ซึ่งมากกว่ารอบก่อนๆ แม้ในส่วนของผู้ตัดสินใจยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย
โดยตัวเลขโพลเมื่อจัดรวมกลุ่มผู้ที่ “ไม่ตัดสินใจ” ออกไป พบว่าพรรคประชาชนยังคงได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย (พท.) ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ปรากฏคะแนนเฉียดกันในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
โดยตัวเลขโพลเมื่อจัดรวมกลุ่มผู้ที่ “ไม่ตัดสินใจ” ออกไป พบว่าพรรคประชาชนยังคงได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย (พท.) ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ปรากฏคะแนนเฉียดกันในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
สำหรับการวิเคราะห์คะแนนส.ส.แบ่งเขต ตัวเลขจากหลายสำนักโพลมีแนวโน้มสอดคล้องกับตัวเลขบัญชีรายชื่อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่พรรคประชาชนยังคงได้ที่นั่งมากที่สุด ขณะที่พรรคอื่นๆ มีการแบ่งที่นั่งตามบริบทของภูมิภาคต่างๆ
ในส่วนของคะแนนนิยมต่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มีแรงหนุนเพิ่มมากขึ้นจากการปราศรัยและนโยบายของพรรค ในขณะที่คะแนนของ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์โพลเห็นว่าอาจมาจากปัจจัยหลายด้าน รวมถึงการมีส่วนร่วมบนพื้นที่สาธารณะ
เมื่อเข้าสู่การคำนวณ “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอไว้หลายรูปแบบ เช่น การจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ก้าวไกล + ประชาชาติ ซึ่งมองว่ามีความเป็นไปได้สูง หากพรรคเหล่านี้สามารถตกลงด้านนโยบายร่วมกันได้อย่างชัดเจน
อีกทางเลือกหนึ่งคือการรวมตัวของ ภูมิใจไทย + พรรคประชาชน + ประชาธิปัตย์ ซึ่งก็เป็นสูตรที่มีสมดุลทางตัวเลขส.ส. แต่ต้องอาศัยการประสานระหว่างแนวนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคที่ต่างกันอย่างมาก
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการเมืองหลังเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคต่างๆ ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนและไม่ควรประมาทคู่แข่ง เพราะอาจเกิดการพลิกผันของคะแนนในช่วงสุดท้ายได้เช่นกัน