svasdssvasds

เปิด 5 รายชื่อผู้นำประเทศที่สหรัฐฯ หมายหัว ไปแทรกแซงการเมือง

เปิด 5 รายชื่อผู้นำประเทศที่สหรัฐฯ หมายหัว ไปแทรกแซงการเมือง

“จากสงครามเย็นถึงศตวรรษใหม่: เปิดรายชื่อ 5 ผู้นำประเทศที่ถูกสหรัฐฯ จับตาและหมายหัว เบื้องหลังการแทรกแซงการเมืองโลกในนามความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งมหาอำนาจ”

ตลอดศตวรรษที่ 20 จนถึงต้นศตวรรษที่ 21 สหรัฐอเมริกาถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับบทบาทการเข้าแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น ไม่ว่าจะในนามของการต่อต้านคอมมิวนิสต์ การปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือความมั่นคงระดับฃ บทความนี้จะพาไปสำรวจ 5 ผู้นำประเทศที่ถูกมองว่าอยู่ในรายชื่อ “หมายหัว” ของสหรัฐฯ เพื่อทำความเข้าใจว่าอำนาจมหาอำนาจเข้าไปแทรกแซงการเมืองของประเทศใดบ้าง

PHOTO AFP

ปาทริส ลูมูมบา ผู้นำคองโก 

ปาทริส ลูมูมบา คือผู้นำการต่อสู้เพื่อเอกราชของคองโก และนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศหลังหลุดพ้นจากการปกครองของเบลเยียมในปี 1960 เขาเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในการกำหนดชะตากรรมตนเองของแอฟริกา และมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ กวาเม อึนกรูมา ผู้นำแนวคิดเอกภาพแอฟริกา อย่างไรก็ตาม แนวคิดชาตินิยมและท่าทีเป็นอิสระจากมหาอำนาจ ทำให้ลูมูมบาถูกมองว่าเป็นภัยต่อผลประโยชน์ของตะวันตกในบริบทสงครามเย็น

ลูมูมบาดำรงตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือนก็ถูกจับกุมและส่งตัวไปยังแคว้น กาตังกา ซึ่งเป็นพื้นที่พยายามแยกตัวและมีความสำคัญทางทรัพยากร ที่นั่นเขาถูกประหารชีวิตโดยหน่วยที่มีทหารเบลเยียมและคองโกเกี่ยวข้อง เหตุการณ์นี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของแอฟริกายุคเอกราช และเปิดทางให้ระบอบอำนาจนิยมที่ฝักใฝ่ตะวันตกเข้ามาปกครองประเทศในเวลาต่อมา

แม้ CIA จะไม่ได้เป็นผู้ลงมือสังหารโดยตรง แต่หลักฐานจำนวนมากชี้ว่าหน่วยงานนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ออกแบบเงื่อนไขทางการเมืองที่นำไปสู่ความตายของลูมูมบา มีรายงานว่าประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ แสดงเจตนาให้กำจัดเขา ขณะที่ แลร์รี เดฟลิน หัวหน้าสถานี CIA ในคองโก ถูกกล่าวหาว่าสร้างข้อมูลว่าลูมูมบาใกล้ชิดโซเวียต และสนับสนุนด้านข่าวกรองกับฝ่ายศัตรูของเขา

PHOTO AFP

ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอีรัก

ซัดดัม ฮุสเซน อดีตประธานาธิบดีผู้ทรงอิทธิพลของอิรัก จบชีวิตลงด้วยการประหารชีวิตโดยการแขวนคอ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2006 การประหารชีวิตนี้มีขึ้นหลังจากที่ศาลอาญาชั้นสูงของอิรัก (Iraqi High Tribunal) มีคำพิพากษาว่าเขามีความผิดในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

เส้นทางสู่จุดจบของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2003 เมื่อกองกำลังสหรัฐฯ สามารถบุกจับกุมตัวเขาได้ในขณะที่เขากำลังกบดานอยู่ใกล้กับเมืองติคริต (Tikrit) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง หลังจากถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีเป็นเวลาหลายปี ในที่สุดเขาก็ถูกส่งตัวไปประหารชีวิตในช่วงเช้ามืดของวันดังกล่าว ซึ่งตรงกับวันสำคัญทางศาสนาของอิสลามในขณะนั้นด้วย

เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ที่ปิดฉากการปกครองอันยาวนานของเขาในอิรัก

PHOTO AFP

มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย 

มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบียที่ปกครองประเทศยาวนานกว่า 42 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2011 ระหว่างความโกลาหลในเมือง เซิร์ต บ้านเกิดของเขาเอง ในความพยายามตีฝ่าวงล้อมออกจาก District 2 ด้วยขบวนรถติดอาวุธหลายสิบคัน ขบวนดังกล่าวถูกโจมตีจากอากาศโดย NATO ทำให้รถถูกทำลายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ความพยายามหลบหนีจึงล้มเหลว

หลังการโจมตี กัดดาฟีและผู้ติดตามบางส่วนหลบซ่อนในพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนพยายามหนีผ่านทุ่งนาและท่อระบายน้ำคอนกรีต ระหว่างนั้นเกิดเหตุระเบิดจากการขว้างระเบิดมือที่ผิดพลาด ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และต่อมาถูกกองกำลังอาสาสมัครจากเมือง มิสราตา จับกุมในสภาพบาดเจ็บสาหัส มีหลักฐานวิดีโอชี้ว่าเขาถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงท่ามกลางความไร้การควบคุมของสถานการณ์

ชะตากรรมสุดท้ายของกัดดาฟียังคงเป็นปริศนา แม้ทางการลิเบียอ้างว่าเขาเสียชีวิตระหว่างการปะทะขณะเคลื่อนย้าย แต่รายงานจาก Human Rights Watch ระบุว่าเขาอาจถูกสังหารขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังอาสาสมัคร สาเหตุการตายที่แท้จริงไม่เคยได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ร่างของเขาถูกฝังในสถานที่ลับกลางทะเลทราย เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นจุดรวมตัวของผู้สนับสนุนในอนาคต 

PHOTO AFP

ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบา 

ฟิเดล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติคิวบาผู้ทรงอิทธิพล ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบบนเตียงนอนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ขณะมีอายุได้ 90 ปี, การประกาศข่าวการเสียชีวิตได้รับแจ้งผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐโดยประธานาธิบดีราอูล คาสโตร น้องชายของเขา ซึ่งสวมชุดเครื่องแบบทหารขณะแถลงข่าว, การจากไปของเขาทำให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายไปทั่วโลก โดยมีทั้งกลุ่มชาวคิวบา-อเมริกันที่ออกมาเฉลิมฉลองข่าวนี้ ในขณะที่ผู้นำและบุคคลสำคัญระดับโลกหลายคนต่างร่วมแสดงความไว้อาลัย

สาเหตุการเสียชีวิตของคาสโตรถูกระบุว่ามาจาก สาเหตุตามธรรมชาติ โดยเขามีปัญหาสุขภาพทรุดโทรมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ซึ่งเป็นปีที่เขาลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แม้ว่ารายละเอียดอาการเจ็บป่วยของเขาจะถูกเก็บเป็นความลับของรัฐ แต่มีการรายงานกันอย่างกว้างขวางว่าเขาป่วยด้วย โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) ก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 2006 เขาเคยต้องมอบหมายหน้าที่ประธานาธิบดีให้ราอูลดูแลแทนในระหว่างที่เขากำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดอาการเลือดออกในลำไส้ ก่อนจะสละตำแหน่งอย่างถาวรในอีกสองปีต่อมา

มีรายงานว่า CIA พยายามรอบสังหารเขากว่า 600 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลว 

AFP

อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่าน 

 

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 จากการโจมตีทางอากาศในกรุง เตหะราน ซึ่งแหล่งข่าวอ้างว่าเป็นปฏิบัติการร่วมของ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล การโจมตีดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าเพียงผู้นำสูงสุด แต่กระทบผู้นำระดับสูงหลายราย 

ผลสะเทือนภายในประเทศถูกอธิบายว่าอิหร่านเผชิญ “สุญญากาศทางอำนาจ” อย่างรุนแรง มีทั้งภาพการเฉลิมฉลองของประชาชนบางส่วนและความกังวลของรัฐต่อการปะทุการประท้วง ภายใต้มาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ อำนาจควรถูกโอนไปยังสภาเปลี่ยนผ่าน แต่การที่ผู้นำในโครงสร้างดังกล่าวได้รับผลกระทบ ทำให้กระบวนการสืบทอดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ท่ามกลางรายงานว่า โมฮัมหมัด เรซา อาเรฟ เตรียมเข้าบริหารชั่วคราว เหตุการณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตั้งคำถามต่อความสามารถของระบอบเทวาธิปไตยในการฝ่าวิกฤตแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 

 

ที่มา jacobinwtopHuman Rights Watchcnn

related