svasdssvasds

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

วอชิงตันระดมยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษเข้าสู่ตะวันออกกลาง ครอบคลุมทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน โดรนพลีชีพ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ‘ล้ำสมัยที่สุด’ เท่าที่เคยมีการบันทึกมา ในการทำสงครามอิหร่าน

SHORT CUT

  • สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ ‘Epic Fury’ เพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยมีเป้าหมายหลักในการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์
  • มีการระดมยุทโธปกรณ์โจมตีที่ล้ำสมัย เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2, ฝูงบินขับไล่ F-35, เรือรบที่ติดตั้งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และโดรนพลีชีพ LUCAS ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก
  • ปฏิบัติการนี้ยังมีระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง Patriot และ THAAD รวมถึงอากาศยานสนับสนุนการรบหลากหลายประเภท เช่น เครื่องบินสอดแนม, เครื่องบินแจ้งเตือนล่วงหน้า (AWACS) และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง

วอชิงตันระดมยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษเข้าสู่ตะวันออกกลาง ครอบคลุมทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน โดรนพลีชีพ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ‘ล้ำสมัยที่สุด’ เท่าที่เคยมีการบันทึกมา ในการทำสงครามอิหร่าน

ท่ามกลางความตึงเครียดสงครามตะวันออกกลาง ที่พุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ปฏิบัติการทางทหารที่เพนตากอนเรียกว่า ‘Epic Fury’ เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต จุดชนวนความขัดแย้งถึงจุดเดือด

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่านี่เป็นการระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำลายขีดความสามารถในการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แบบถอนรากถอนโคน นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่การแสดงแสนยานุภาพทางทหารแบบดั้งเดิม แต่คือการใช้ Data & Precision Warfare ขั้นสูงสุดเพื่อตอบโต้ และอาวุธลับที่แม่นยำ และ 'ทรงพลัง' ที่สุดในโลก

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

‘อาวุธสหรัฐฯ’ ยุทโธปกรณ์สุดล้ำ ทำสงครามอิหร่านมีอะไรบ้าง?

1. เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 (B-2 Stealth Bombers)

ในปฏิบัติการระดับโลกที่ต้องการความแม่นยำสูงและไร้การตรวจจับ B-2 Spirit หรือเครื่องบินล่องหนทิ้งระเบิดทรงปีกค้างคาว ถือเป็นเขี้ยวเล็บที่ทรงพลังสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วยขีดความสามารถในการบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธธรรมดาหนักพิเศษอย่างระเบิดเจาะทำลายบังเกอร์ (MOP) ขนาด 30,000 ปอนด์ มีพิสัยการบินข้ามทวีปพร้อมระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศที่รองรับภารกิจต่อเนื่องยาวนานกว่า 34 ชั่วโมง แม้จะมีฝูงบินเพียง 19 ลำ แต่ B-2 ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพผ่านภารกิจทางยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่านด้วยการประสานงานร่วมกับแผนลวงทางทหาร และล่าสุดกับปฏิบัติการของ CENTCOM ที่ใช้ระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ เข้าทำลายฐานติดตั้งขีปนาวุธเพื่อลดยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ

เครื่องบินทิ้งระเบิดทรงปีกค้างคาว มีมูลค่าต่อลำที่สูงกว่า $1,000 ล้านดอลลาร์ (และพุ่งสูงถึง $2,000 ล้านดอลลาร์เมื่อรวมค่าวิจัยและบำรุงรักษา)

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

2. โดรนพลีชีพ LUCAS (LUCAS One-way Drones)

ปฏิบัติการ Epic Fury ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้โดรนพลีชีพ LUCAS ในการรบจริง โดยกองกำลังเฉพาะกิจแมงป่องจู่โจม (Task Force Scorpion Strike: TFSS) พัฒนาโดรนราคาประหยัดแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ ลอกเลียนแบบโดรนรุ่นชาเฮด 136 (Shahed 136) ที่ออกแบบโดยอิหร่าน ซึ่งรัสเซียได้นำไปใช้ในสงครามยูเครนเป็นจำนวนมาก

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

3. เรือรบสหรัฐฯ (US Warships)

เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ ถูกระดมมาใช้ในปฏิบัติการนี้ โดยเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนำอย่าง USS Abraham Lincoln ลอยลำในทะเลอาหรับ และ USS Gerald R. Ford ลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการกลางทะเลให้กับฝูงบินขับไล่ F/A-18 และ F-35 ในการโจมตีทางอากาศ โดยมีเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke ที่ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ Aegis และขีปนาวุธ Tomahawk กว่า 96 ลูก คอยทำหน้าที่สนับสนุนทั้งการโจมตีภาคพื้นดินและการคุ้มกันกองเรือ แม้ทางอิหร่านจะอ้างว่าได้ใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งโจมตีเรือ Lincoln แต่ทางสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธและยืนยันความปลอดภัยของทรัพย์สินทางทหารทั้งหมดในภูมิภาค

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

4. ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และ THAAD

ระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และ THAAD (Terminal High-Altitude Area Defense) ถูกนำมาใช้เพื่อต่อต้านโดรนและขีปนาวุธวิธีโค้งที่ยิงเข้ามาจากอิหร่าน

แต่อิหร่านได้ส่งโดรนและขีปนาวุธหลายพันลูกไปยังเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง และทำให้นักวิเคราะห์แสดงความเป็นกังวลว่า คลังสำรองของขีปนาวุธสกัดกั้น ซึ่งร่อยหรอลงจากสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว รวมถึง จากการส่งมอบให้ยูเครนเพื่อป้องกันการโจมตีจากรัสเซียอาจจะขาดแคลนหากอิหร่านยังคงทำการโจมตีตอบโต้ยืดเยื้อต่อไปเป็นเวลานาน

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

5. เครื่องบินขับไล่ (Fighter Jets)

CENTCOM กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่หลากหลายรุ่นได้เข้ามาบทบาทในช่วงวันแรก ๆ ของสงคราม รวมถึง F-16 ของกองทัพอากาศ และ F/A-18 ของกองทัพเรือและนาวิกโยธิน

นอกจากนี้ เครื่องบินขับไล่ล่องหนอย่าง F-22 และ F-35 ของกองทัพอากาศ ใช้ความสามารถระดับสูงสุดเพื่อเจาะระบบเรดาร์ศัตรู รวมถึง F-35 ของกองทัพเรือและนาวิกโยธิน ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน แม้ CENTCOM จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของภารกิจเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่ได้เผยแพร่วิดีโอที่แสดงให้เห็นเครื่องบิน F/A-18 เครื่องยนต์คู่ และ F-35 เครื่องยนต์เดี่ยว ปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินโจมตี A-10 เครื่องยนต์คู่ของกองทัพอากาศที่ถูกส่งเข้าประจำการด้วย

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

6. เครื่องบินโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G (EA-18G Growler)

EA-18G พัฒนามาจากเครื่องบินขับไล่ F/A-18 โดยเครื่อง EA-18G Growler จะบรรทุกอุปกรณ์รบกวนสัญญาณ ระบบต่อต้านการสื่อสาร และเรดาร์สำหรับตรวจจับและปราบปรามภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์ของศัตรู เครื่องบินเครื่องยนต์คู่รุ่นนี้ยังสามารถติดตั้งขีปนาวุธที่ติดตามสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เรดาร์และศูนย์สื่อสาร เพื่อทำลายเป้าหมายได้

7. เครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศ (AWACS)

สหรัฐฯ ใช้เครื่องบิน AWACS ด้วยกัน 2 ประเภท คือ E-3 Sentry ของกองทัพอากาศ และ E-2 Hawkeye ของกองทัพเรือ ตรวจจับอากาศยานและเรือของศัตรูได้ในระยะไกลกว่า 250 ไมล์ (ประมาณ 403 กิโลเมตร) โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์บัญชาการและเรือในทะเล ทำให้ผู้บัญชาการมองเห็นภาพรวมของสนามรบได้อย่างละเอียดก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้น

AWACS ของกองทัพอากาศเป็นเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ที่พัฒนามาจากเครื่องบินโดยสารแบบ Boeing 707 ติดตั้งโดมเรดาร์ทรงกลมขนาดใหญ่บนเสาสูงเหนือตัวเครื่องประมาณ 11 ฟุต (335 เซนติเมตร)

ส่วน E-2 Hawkeye ของกองทัพเรือ เป็นเครื่องบินเทอร์โบพร็อป 2 เครื่องยนต์ ซึ่งให้ข้อมูลในลักษณะคล้ายกันขณะปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

8. เครื่องบินทวนสัญญาณการสื่อสารทางอากาศ (Airborne Communication Relay)

EA-11 พัฒนามาจากเครื่องบินธุรกิจ 2 เครื่องยนต์ โดย Bombardier บริษัทผู้ผลิต มักถูกเรียกว่า ‘Wi-Fi บนท้องฟ้า’ และใช้เพื่อเชื่อมต่อเสียงและข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างกองกำลังทางอากาศและภาคพื้นดินข้ามอุปสรรคต่างๆ เช่น ภูเขา สภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร หรือระยะทางที่ห่างไกล

CENTCOM ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะ แต่พบเครื่องบิน EA-11 BACN ของกองทัพอากาศในตะวันออกกลางช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการโจมตี

9. เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8A (P-8A Poseidon)

P-8A พัฒนามาจากโครงสร้างเครื่องบินโดยสารแบบ Boeing 737 เครื่องบิน 2 เครื่องยนต์ของกองทัพเรือที่ชื่อว่า Poseidon นี้ ถูกใช้ในสงครามต่อต้านเรือดำน้ำ รวมถึง ภารกิจการรวบรวมข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน

10. เครื่องบินสอดแนม RC-135 (RC-135 Reconnaissance Aircraft)

เครื่องบินสอดแนมลำนี้บรรทุกเจ้าหน้าที่มากกว่า 30 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง และช่างเทคนิคซ่อมบำรุงบนเครื่อง เครื่องบิน 4 เครื่องยนต์พัฒนามาจากโครงสร้างเครื่องบินโดยสารแบบ Boeing 707 ทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข่าวกรองได้แบบเกือบเรียลไทม์

RC-135 เป็นเครื่องบินที่เป็นกำลังหลักในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ มาโดยตลอดนับตั้งแต่สงครามเวียดนาม

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

11. โดรน MQ-9 Reaper

กองทัพอากาศสหรัฐฯ อธิบายว่าโดรนติดอาวุธ MQ-9 Reaper ควบคุมจากระยะไกล เป็นอากาศยานโจมตีหลักสำหรับจัดการกับเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง เป้าหมายที่เคลื่อนที่เร็ว และเป้าหมายที่มีข้อจำกัดด้านเวลา

โดรนรุ่นนี้สามารถบรรทุกขีปนาวุธ Hellfire และระเบิดนำวิถีที่สามารถใช้โจมตียานเกราะหรือกำลังพลของฝ่ายตรงข้าม ตลอดจน สามารถบินวนเหนือสมรภูมิรบเพื่อภารกิจด้านการลาดตระเวนและข่าวกรองได้เป็นเวลานาน

12. ระบบขีปนาวุธ M-142 HIMARS

ระบบจรวดหลายลำกล้องแบบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบกติดตั้งบนรถบรรทุก 3 เพลา และมีขีดความสามารถที่บริษัทผู้ผลิต Lockheed Martin เรียกว่า ยิงแล้วเคลื่อนที่ (Shoot and Scoot) ซึ่งหมายความว่าสามารถยิงแล้วรีบเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งใหม่ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกโจมตีสวนกลับ

HIMARS สามารถบรรทุกจรวดที่มีพิสัยไกลกว่า 300 ไมล์ (483 กิโลเมตร) ขึ้นอยู่กับภารกิจ และ CENTCOM ได้เผยแพร่วิดีโอของ HIMARS ยิงกระสุนเดี่ยวออกมาตั้งแต่เริ่มต้นสงครามกับอิหร่าน

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

13. ทรัพยากรด้านการเติมเชื้อเพลิง (Refueling Assets)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง 2 ประเภท คือ KC-135 แบบ 4 เครื่องยนต์ พัฒนาจากเครื่องบิน Boeing 707 และ KC-46 แบบ 2 เครื่องยนต์ที่พัฒนาจาก Boeing 767

การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ที่ต้องบินระยะไกลจากแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ มายังภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ อากาศยานในภูมิภาคก็สามารถเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจในสมรภูมิได้นานขึ้น

เรือรบสหรัฐฯ เติมเชื้อเพลิงกลางทะเลจากเรือส่งกำลังบำรุงที่ดำเนินการโดยลูกเรือพลเรือนเป็นหลัก การเติมเชื้อเพลิงเกิดขึ้นในขณะที่เรือกำลังเคลื่อนที่ โดยมีการส่งสายเชื้อเพลิงข้ามผิวน้ำจากเรือส่งกำลังบำรุงไปยังเรือรบ เปรียบเสมือนสถานีบริการน้ำมันที่เคลื่อนที่อยู่กลางมหาสมุทร

เจาะ ‘คลังแสงสหรัฐฯ’ อาวุธสุดล้ำสมัย ทำสงครามอิหร่านปฏิบัติการ ‘Epic Fury’

14. เครื่องบินขนส่ง

เครื่องบินเจ็ต C-17 Globemaster และเครื่องบิน C-130 Hercules เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อป ลำเลียงยุทโธปกรณ์และกำลังพลจำนวนมากที่ใช้ในการโจมตีอิหร่านเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มา

  • CNN
  • PHOTO: Reuters
related