svasdssvasds

ต้นทุนสำหรับการ WFH ต้องเตรียมอะไรบ้าง และใช้งบเท่าไร?

ต้นทุนสำหรับการ WFH ต้องเตรียมอะไรบ้าง และใช้งบเท่าไร?

เมื่อวิกฤตพลังงานบีบให้เราต้องกลับมา Work From Home หลายคนอาจยินดีที่ประหยัดค่าเดินทางได้มหาศาล แต่แท้จริงแล้วการเปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศ อาจเป็นเพียง ‘การโยกย้ายต้นทุนครั้งใหญ่’ สำรวจต้นทุนที่แท้จริงของการทำงานที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง และต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะรอด?

SHORT CUT

  • การทำงานที่บ้าน (WFH) มีต้นทุน 2 ส่วนหลัก คือ ค่าใช้จ่ายลงทุนครั้งเดียวสำหรับอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น คอมพิวเตอร์, จอมอนิเตอร์, โต๊ะและเก้าอี้เพื่อสุขภาพ อาจมีมูลค่าในการลงทุนเริ่มต้นประมาณ 28,000 - 70,000 บาท
  • มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เพิ่มขึ้นจากการ WFH ได้แก่ ค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (500 - 1,200 บาท) และค่าไฟฟ้าที่อาจสูงขึ้น 1,000 - 2,000 บาท

เมื่อวิกฤตพลังงานบีบให้เราต้องกลับมา Work From Home หลายคนอาจยินดีที่ประหยัดค่าเดินทางได้มหาศาล แต่แท้จริงแล้วการเปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศ อาจเป็นเพียง ‘การโยกย้ายต้นทุนครั้งใหญ่’ สำรวจต้นทุนที่แท้จริงของการทำงานที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง และต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะรอด?

เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงไม่หยุด และวิกฤตพลังงานที่สร้างความกังวลให้กับประเด็นระดับโลกที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน ถึงแม้รัฐบาลจะมีมาตรการขอความร่วมมือให้หน่วยงานและบริษัทเอกชนใช้ระบบ Work From Home (WFH) เพื่อเป็นการลดใช้เชื้อเพลิงจากการเดินทางและช่วยประหยัดพลังงาน

 

แม้การ Work From Home จะฟังดูสะดวกสบายเพราะเราไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปออฟฟิศ แต่คำถามที่ตามมาสำหรับการทำงานที่บ้าน คือ “การทำงานที่บ้าน ต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร?” เพราะสำหรับบางคนต้องเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกสบายในการทำงาน และไม่ให้การประสานงานและการติดต่องานกับคนในทีมเป็นไปได้อย่างราบรื่น หรือแม้กระทั่งการนั่งทำงานบนโซฟานานๆ หรือไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าว ก็อาจตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลจาก ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ที่แพงกว่าค่าน้ำมันหลายเท่า

ต้นทุนสำหรับ WFH ต้องเตรียมอะไร มีงบเท่าไร?

 

  • แล็ปท็อป / คอมพิวเตอร์ การทำงานที่บ้านในยุคนี้ต้องพึ่งพาการประชุมทางไกล อุปกรณ์อย่างแล็ปท็อปจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ถ้าหากสเปกไม่ถึงอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ซึ่งหากต้องลงทุนใหม่ งบประมาณมาตรฐานจะอยู่ที่ 20,000 - 35,000 บาท แต่สำหรับบางบริษัทมีเครื่องให้ ก็อาจจะช่วยประหยัดงบส่วนนี้ไปได้
  • จอมอนิเตอร์แยก หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ WFH คือการฝืนทำงานบนจอโน้ตบุ๊กเล็กๆ ซึ่งบังคับให้สรีระต้องก้มตลอดเวลาจนเกิดอาการปวดคอเรื้อรัง การลงทุนในส่วนนี้มีมูลค่าประมาณ 3,000 - 8,000 บาท ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันสายตาที่ดีที่สุดในระยะยาว
  • USB-C Hub เมื่ออุปกรณ์เสริมมีมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือพอร์ตเชื่อมต่อที่ไม่เพียงพอ การมี USB-C Hub ที่เสถียรจะช่วยให้การเชื่อมต่อจอแยก เมาส์ และการชาร์จไฟจบได้ในสายเส้นเดียว นอกจากจะช่วยให้โต๊ะทำงานดูสะอาดตา ยังช่วยยืดอายุพอร์ตเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์หลักอีกด้วย โดยมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 800 - 2,500 บาท
  • อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะการประสานงานออนไลน์และการรองรับการส่งไฟล์ขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีสัญญาณที่เสถียร อาจจำเป็นต้องอัปเกรดแพ็กเกจให้มีความเร็วสูงขึ้น หรือติดตั้งเราเตอร์เสริมเพื่อให้สัญญาณครอบคลุมมุมทำงาน ซึ่งมีค่าบริการรายเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 500 - 1,200 บาท
  • เก้าอี้เพื่อสุขภาพ การนั่งทำงานบนเก้าอี้ทั่วไปนานๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างถาวร การเลือกเก้าอี้เพื่อสุขภาพ คือการลงทุนเพื่อป้องกัน "ออฟฟิศซินโดรม" ที่คุ้มค่าที่สุด ในงบประมาณ 3,500 - 15,000 บาท
  • โต๊ะทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่ที่วางคอมพิวเตอร์ แต่คือตัวกำหนดองศาของบ่า ไหล่ และข้อมือ ความสูงที่พอดีและแข็งแรง จะช่วยลดอาการพังผืดที่ข้อมือหรือนิ้วล็อก โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,500 - 10,000 บาท
  • หูฟังตัดเสียงรบกวน บรรยากาศที่บ้านอาจมีทั้งเสียงจากคนในครอบครัวหรือสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยสร้างพื้นที่ส่วนตัว ให้คุณมีสมาธิและทำให้การสื่อสารในที่ประชุม ในงบประมาณ 1,500 - 5,000 บาท 
  • ค่าติดตั้งแอร์ การนั่งทำงานโดยไม่เปิดเครื่องปรับอาศแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อาจต้องเผชิญกับต้นทุนก้อนใหญ่ในการซื้อและติดตั้งเครื่องปรับอากาศใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 13,000 – 22,000 บาท
  • ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ในปกติค่าใช้จ่ายเช่น ค่าแอร์ ค่าไฟ และค่าไฟสำหรับอุปกรณ์บริษัทหรือสำนักงานจะเป็นฝ่ายดูแล แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบ WFH หากคำนวณจากการเปิดแอร์ขนาดมาตรฐานต่อเนื่องวันละ 8 ชั่วโมง ร่วมกับการเสียบปลั๊กใช้งานคอมพิวเตอร์ อาจทำให้ค่าไฟรายเดือนพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 1,000 - 2,000 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟฟ้าในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงาน

 

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่บีบให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาสู่การทำงานที่บ้าน (WFH) อย่างเต็มรูปแบบ แม้จะฟังดูสะดวกสบาย แต่ในมุมของพนักงานออฟฟิศนี่คือการโยกย้ายต้นทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนให้รอบครอบ เพราะนอกจากต้นทุนด้านอุปกรณ์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม หากต้องซื้อใหม่ทั้งหมดอาจใช้เม็ดเงิน 28,000 - 70,000 บาท

 

ในขณะเดียวกัน ก็ตามมาด้วยต้นทุนแฝงที่ต้องแบกรับ อย่างค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ค่าน้ำประปา หรือของใช้อุปโภคบริโภคที่หมดไวขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงค่าอาหารการกินที่เพิ่มขึ้น

related