
SHORT CUT
เมื่อวิกฤตพลังงานบีบให้เราต้องกลับมา Work From Home หลายคนอาจยินดีที่ประหยัดค่าเดินทางได้มหาศาล แต่แท้จริงแล้วการเปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศ อาจเป็นเพียง ‘การโยกย้ายต้นทุนครั้งใหญ่’ สำรวจต้นทุนที่แท้จริงของการทำงานที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง และต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะรอด?
เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงไม่หยุด และวิกฤตพลังงานที่สร้างความกังวลให้กับประเด็นระดับโลกที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน ถึงแม้รัฐบาลจะมีมาตรการขอความร่วมมือให้หน่วยงานและบริษัทเอกชนใช้ระบบ Work From Home (WFH) เพื่อเป็นการลดใช้เชื้อเพลิงจากการเดินทางและช่วยประหยัดพลังงาน
แม้การ Work From Home จะฟังดูสะดวกสบายเพราะเราไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปออฟฟิศ แต่คำถามที่ตามมาสำหรับการทำงานที่บ้าน คือ “การทำงานที่บ้าน ต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร?” เพราะสำหรับบางคนต้องเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกสบายในการทำงาน และไม่ให้การประสานงานและการติดต่องานกับคนในทีมเป็นไปได้อย่างราบรื่น หรือแม้กระทั่งการนั่งทำงานบนโซฟานานๆ หรือไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าว ก็อาจตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลจาก ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ที่แพงกว่าค่าน้ำมันหลายเท่า
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่บีบให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาสู่การทำงานที่บ้าน (WFH) อย่างเต็มรูปแบบ แม้จะฟังดูสะดวกสบาย แต่ในมุมของพนักงานออฟฟิศนี่คือการโยกย้ายต้นทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนให้รอบครอบ เพราะนอกจากต้นทุนด้านอุปกรณ์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม หากต้องซื้อใหม่ทั้งหมดอาจใช้เม็ดเงิน 28,000 - 70,000 บาท
ในขณะเดียวกัน ก็ตามมาด้วยต้นทุนแฝงที่ต้องแบกรับ อย่างค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ค่าน้ำประปา หรือของใช้อุปโภคบริโภคที่หมดไวขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงค่าอาหารการกินที่เพิ่มขึ้น