
SHORT CUT
ศาลพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยคดีที่ 'ทราย สมุทร' ถูกฟ้องในข้อหา "ลูกเนรคุณ" ซึ่งมีสาเหตุจากความขัดแย้งเรื่องทรัพย์มรดก ทรายเตรียมดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมกรณีทรัพย์สินในตู้เซฟสูญหาย
กลายเป็นกระแสร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นวงกว้าง สำหรับข้อพิพาทภายในครอบครัว 'ทราย สมุทร' โดยในวันนี้ (10 มิ.ย.) ศาลพระโขนง มีกำหนดการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยในคดีที่สังคมให้คำนิยามว่า 'คดีลูกเนรคุณ'
ทั้งนี้คดีดังกล่าว มีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก รวมถึงประเด็นทรัพย์สินภายในตู้เซฟที่สูญหายไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ (8 มิ.ย.) ทราย สมุทร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าพบเงินและทรัพย์สินในตู้เซฟที่ยายมอบให้ตามพินัยกรรมหายไป พร้อมประกาศเตรียมดำเนินคดีอาญา
ทรายพบว่าเงินในตู้เซฟที่คุณยายยกให้ตามในพินัยกรรมของท่านหายไปด้วย (ไม่ได้มีแค่เงิน)… เตรียมดำเนินคดีอาญา
ล่าสุดวันนี้ (10 มิ.ย.) ทราย สมุทร เดินทางมายังศาลแพ่งพระโขนงตามที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย คดีลูกเนรคุณ เรียกคืนทรัพย์สิน ช่วงเดินทางมาถึงได้มีแฟนคลับรอให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
มีรายงานระบุว่า ฝ่ายจำเลยได้ทำการลงนามในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อส่งผู้แทนเข้าร่วมกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยแทนตนเอง
ทั้งนี้จากรายงานของคมชัดลึกระบุว่า ทราย สก๊อต หรือ ทราย สมุทร มอบอำอาจให้กับผู้ที่มาร่วมการเจรจาประณีประนอมไกล่เกลี่ย ตามคำแนะนำของท่านผู้พิพากษาของ โจทก์และจำเลย มีวัตถุประสงค์ว่าเมื่อศาลท่านัดไกล่เกลี่ยความพร้อมขึ้นอยู่กับโจทก์และจำเลย ความพร้อมรอดูคุณแม่ว่ามาหรือไม่ หรือส่งตัวแทนมาอย่างไร ฝั่งจำเลย คุณทราย มาด้วยตัวเองพร้อมคณะ เราไม่ตัดสินล่วงหน้า มีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยหรือไม่เพราะเขาเป็นผู้ฟ้อง
ขณะที่ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ระบุว่า ทราย สมุทร ได้มอบอำนาจให้ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจ ลำดับที่ 1 นางสาวอัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย ลำดับที่ 2 และ นายคมสัน โพธิ์คง ลำดับที่ 3 เป็นคณะเจรจาประนีประนอมไกล่เกลี่ย ร่วมกับคุณทราย ตามคำแนะนำของผู้พิพากษา
อ.ปานเทพ ระบุว่าไม่มีใครทราบจนกว่าจะถึงการเจรจา ข้อแรกคุณแม่มามั้ย ฝั่งจำเลยมาพร้อม มีความพร้อมในทุกกรณี ทางทรายมีความพร้อมทุกท่าน ด้านทีมทนายเกือบ 20 คน มีการปรึกษาในทุกรายละเอียด มีความพร้อมรองรับในทุกสถานการณ์ คิดว่าทรายไม่มีความกังวลใจ
อ.ปานเทพ เปิดเผยว่าพบหลักฐานบางประการที่ทำให้เชื่อว่า คุณยายได้เคยเขียนพินัยกรรม ว่าด้วยเรื่องของเงินในตู้เซฟ และอาจจะมีทรัพย์สินอื่น ๆ รูปแบบของอัญมณีที่ติดชื่อคนอื่น ๆ ซึ่งตามกระบวนการต้องการตัดการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ถ้ามีรายชื่อผู้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเหล่านั้น การเปิดตู้เซฟ จะเปิดไม่ได้ถ้าไม่คนได้รับผลประโยชน์เห็นเป็นที่ประจักษ์พร้อมกัน
ดังนั้นถ้ามีทรัพย์สินหายไป บัดนี้จากพยานหลักฐาน เชื่อว่ามีการหายไปทั้งเงินสด ทั้งอัญมณี เชื่อว่าทราย ต้องดำเนินคดีความอาญา เราไม่ประเมินราคาอยู่ในส่วนของคดีความ ตอนประชุมเราเห็นเอกสารทั้งหมด ไม่งั้นทราย ไม่ตัดสินใจแบบนั้น ทราย เพิ่งรู้ จากการถูกฟ้องร้องเนรคุณ ต้องมีการหาพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด
ผลการเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คู่ความประสงค์จะขอเวลาเจรจากันอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายขอนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในวันที่16 มิถุนายน ณ ศาลแพ่งพระโขนง