
Metthier ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทเทคไทย ที่น่าจับตามอง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะสร้างรายได้มหาศาล ปี 2568 ทะลุ 2,825 ล้านบาท เติบโตถึง 105% ก้าวขึ้นเป็น Top 3 ผู้นำด้านรักษาความปลอดภัยและจัดการอาคารอัจฉริยะแบบครบวงจรไปแล้ว
ในแวดวงธุรกิจ B2B (Business-to-Business) ของไทย การเติบโตระดับเลขสามหลักในเวลาเพียง 2 ปีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก อย่างไรก็ตาม บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) สามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้
หากพิจารณาดูบัญชี เส้นทางรายได้ของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นกราฟการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างชัดเจน
ปี 2566 มีรายได้ 1,376 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้ 1,811 ล้านบาท ปี 2568 มีรายได้พุ่งสูงถึง 2,825 ล้านบาท ตัวเลขปีล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่สูงถึง 105% เมื่อเทียบกับปี 2566
ส่งผลให้ Metthier ทะยานขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจรักษาความปลอดภัยสัญชาติไทยที่ทำรายได้สูงสุด ครองความไว้วางใจด้วยสัญญาลูกค้ามากกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ถึง 8 ประเภท
ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น , Metthier คือบริษัทในเครือ สกาย ไอซีที (SKY Group) โดยเมทเธียร์ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ (Smart Facility Management) แบบครบวงจร
ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ บริการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และบริการจัดการอาคารอัจฉริยะ ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือกลยุทธ์ "AI-Empowered Human" หรือการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับศักยภาพของมนุษย์อย่างไร้รอยต่อ Metthier ได้เข้าลงทุนซื้อกิจการบริษัท รักษาความปลอดภัยและบริหารธุรการสยาม จำกัด (SAMCO) ทำให้มีฐานกำลังคนระดับมืออาชีพ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และช่างอาคาร รวมกว่า 12,000 คน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของคนจำนวนมหาศาล
บริษัทได้พัฒนา "METTRIQ" แพลตฟอร์มสมองกลอัจฉริยะรายแรกของไทยที่เชื่อมต่อ 12 ระบบเทคโนโลยีอาคารไว้ในที่เดียว ซึ่งทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการ MIOC (Metthier Intelligent Operation Center) ที่ใช้ AI และเทคโนโลยี Digital Twin สอดส่องดูแลพื้นที่แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการใช้กองทัพหุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะ METTBOT และแอปพลิเคชัน METTLINK เข้ามาช่วยให้พนักงานทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 Metthier เตรียมขยายสู่ 2 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ บริการงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกันแบบครบวงจร (Total Preventive Maintenance) ที่ใช้ AI คาดการณ์ความเสียหายล่วงหน้า และบริการทำความสะอาดขั้นสูง (Advanced Hygiene Solution) ที่เจาะกลุ่มธุรกิจ Healthcare & Wellness เช่น คลินิกและโรงพยาบาล
นอกจากนี้ บริษัทยังมีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ในการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) มาประยุกต์ใช้จริงในภาคธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนอาคารสู่การเป็น Net Zero Building ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่จะพลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Smart Sustainable City) และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้กับประเทศในระยะยาว