
SHORT CUT
นิวยอร์ก นิกส์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ NBA ฤดูกาล 2025-26 หลังเอาชนะ ซานอันโตนิโอ สเปอรส์ 4-1 เกม สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 53 ปี
New York Knicks คว้าแชมป์บาสเกตบอล NBA ในฤดูกาล 2025-26 ถือเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค หลังจากก้าวข้ามอดีตอันขมขื่นและผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง San Antonio Spurs ในซีรีส์รอบชิงชนะเลิศ
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ และการเดิมพันที่คุ้มค่า จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่เกิดจากการตัดสินใจอันกล้าหาญของฝ่ายบริหาร ที่ปลด ทอม ธิโบโด และแต่งตั้ง ไมค์ บราวน์ (Mike Brown) อดีตโค้ชที่เพิ่งถูกปลดมารับไม้ต่อ
นอกจากนี้ ทีมยังเลือกที่จะไม่เทรดซูเปอร์สตาร์อย่าง จานนิส อันเทโทคุมโป เพื่อรักษาสมดุลของขุมกำลังเดิมไว้ บราวน์ได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นโดยหันมาไว้ใจผู้เล่นชุดสำรองมากขึ้น ทำให้ตัวหลักมีความสดชื่นไปจนถึงรอบลึกๆ นำมาซึ่งผลงาน 53 ชนะ 29 แพ้ ในฤดูกาลปกติ และการคว้าแชมป์ NBA Cup 2025
ขุมกำลังหลักที่ขับเคลื่อนทีมชุดนี้คือการรวมตัวกันของศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวิลลาโนวา ได้แก่ จาเลน บรันสัน, มิคาล บริดเจส และ จอช ฮาร์ท ซึ่งมีความเข้าใจเกมร่วมกันมานับทศวรรษ เมื่อผสมผสานกับ คาร์ล-แอนโทนี ทาวน์ส และ โอจี อานูโนบี 'นิกส์' จึงกลายเป็นทีมที่ไร้เทียมทานในรอบเพลย์ออฟ
พวกเขาสร้างสถิติชนะรวดถึง 13 เกมติดต่อกัน และทำสถิติกวาดซีรีส์ (Sweep) ชนะคู่แข่งขาดลอยในรอบรองฯ และรอบชิงแชมป์สายตะวันออก
นิกส์ที่ตกเป็นรองสเปอรส์ถึง 29 คะแนนในช่วงครึ่งแรก สามารถสร้างปรากฏการณ์คัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รอบชิงฯ ด้วยการพลิกกลับมาชนะ 107-106 จากจังหวะบล็อกลูกเลย์อัปของ โอจี อานูโนบี และการปัดบอลเข้าห่วง (Tip-in) ในช่วง 1.2 วินาทีสุดท้าย ก่อนที่นิกส์จะบุกไปปิดซีรีส์ในเกมที่ 5 ด้วยการระเบิดฟอร์มทำ 45 คะแนนของ จาเลน บรันสัน
จาเลน บรันสัน ผงาดคว้ารางวัล Finals MVP ไปครองอย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยผลงานเฉลี่ย 32.6 คะแนนต่อเกม ชัยชนะครั้งนี้เป็นการตอกหน้าบรรดานักวิจารณ์ที่เคยปรามาสว่าพอยต์การ์ดร่างเล็กอย่างเขาไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ระดับ '1A' ที่จะพาทีมเป็นแชมป์ได้
ในขณะเดียวกัน ความพ่ายแพ้ของสเปอรส์และ วิคเตอร์ เวมบันยามา ก็ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของทีมพลังหนุ่มที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของลีกในอนาคต
สิ่งที่ทำให้ Jalen Brunson ได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ผลงานบน 'หน้าปัดคะแนน' แต่คือการ 'ตัดสินใจ' นอกสนาม
ในช่วงการต่อสัญญาเมื่อปี 2024 หลังจากที่เขาพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นระดับออลสตาร์ Brunson ยอมหั่นค่าเหนื่อยตัวเอง โดยเซ็นสัญญารับเงิน น้อยกว่ามูลค่าสูงสุด (Max Contract) ที่เขาควรจะได้รับถึง '113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ' การกระทำนี้ช่วยเปิดเพดานเงินเดือน ให้ทีมนิกส์สามารถเทรดผู้เล่นระดับท็อปอย่าง Mikal Bridges และ Karl-Anthony Towns มาร่วมทีมได้
ที่มา : CNBC