"สุริยะ" โต้เด้งอธิบดีกรมฝนหลวง ยันปรับทีมงาน ขู่ฟ้องหากไม่หยุดปล่อยข่าวเท็จ

"สุริยะ" โต้เด้งอธิบดีกรมฝนหลวง ยันปรับทีมงาน ขู่ฟ้องหากไม่หยุดปล่อยข่าวเท็จ

"สุริยะ” แจงย้าย “ราเชน” พ้นอธิบดีกรมฝนหลวง เพื่อปรับทีมรับนโยบาย ปัดหลานวิ่งเต้นของาน ยันทำตามระเบียบ พร้อมขู่ฟ้องหากไม่หยุดปล่อยข่าวเท็จทำเสียหาย

SHORT CUT

  • นายสุริยะชี้แจงว่าการย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงเป็นไปเพื่อปรับทีมงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง
  • ยอมรับว่าหลานชายโทรศัพท์ติดต่ออธิบดีจริง แต่เป็นเรื่องธุรกิจส่วนตัวและยังไม่ได้พบกัน จึงปฏิเสธข้อกล่าวหาวิ่งเต้น
  • ขู่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่ยังคงเผยแพร่ข่าวลือเท็จที่สร้างความเสียหาย หลังจากได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว

"สุริยะ” แจงย้าย “ราเชน” พ้นอธิบดีกรมฝนหลวง เพื่อปรับทีมรับนโยบาย ปัดหลานวิ่งเต้นของาน ยันทำตามระเบียบ พร้อมขู่ฟ้องหากไม่หยุดปล่อยข่าวเท็จทำเสียหาย

กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้าย นายราเชน ศิลประยะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า สาเหตุมาจากความขัดแย้งกับคนใกล้ชิดของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะกรณีการไม่รับโทรศัพท์หลานชายของรัฐมนตรี

"ใกล้เกษียณ" เหตุผลหลักปรับทัพ

นายสุริยะ ย้ำว่า เหตุผลที่แท้จริงของการโยกย้ายคือการปรับทีมงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเกษตรกำลังเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีพลังและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่ พร้อมอ้างถึงกระแสวิจารณ์เรื่องข้าราชการใกล้เกษียณ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกนำมาพิจารณา

ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องล้างบาง หรือแรงจูงใจทางการเมือง นายสุริยะ ปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่า ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 20 ปี ไม่เคยมีประวัติการโยกย้ายที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่เป็นธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหาร เพื่อให้กระทรวงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เคลียร์ปม "หลาน" วิ่งเต้น

สำหรับข่าวที่ว่าหลานชายโทรศัพท์ไปหาอธิบดีเพื่อขอพบนั้น นายสุริยะยอมรับว่าหลานได้โทรไปจริงแต่เป็นการติดต่อเรื่องธุรกิจส่วนตัว และที่สำคัญคือ "ยังไม่ได้พบกัน" นายสุริยะจึงตั้งคำถามกลับว่า หากยังไม่ได้พบกัน แล้วจะมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือวิ่งเต้นของานตามที่กล่าวอ้างได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้ถือว่าขัดกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง

 

 

คำขู่ทิ้งท้าย "ไม่หยุด...ฟ้องแน่"

นายสุริยะยังย้ำว่า ผมยึดถือหลักความโปร่งใสในการทำงาน และต้องการให้สื่อมวลชนช่วยนำคำชี้แจงไปสื่อสารต่อประชาชน เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน นายสุริยะกล่าวว่า หากมีผู้ใดเห็นว่าผมดำเนินการไม่ถูกต้อง ก็สามารถออกมาชี้แจงหรือดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่หากมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จจนทำให้เสียหาย ก็จำเป็นต้องพิจารณาดำเนินคดี

“ถ้าผมทำไม่ถูกต้อง ก็ให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ผมถือว่าผมเสียหาย หากแถลงวันนี้แล้วยังไม่หยุด ผมก็จะดำเนินการฟ้องคดี และถ้าเห็นว่าผมทำไม่ถูกต้อง ท่านก็ฟ้องผมได้”

related