svasdssvasds

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง ที่เคยเป็นอดีตคนในเพื่อไทย แต่ในวันนี้การเมืองเปลี่ยนไปเพราะก้าวไกลเป้นเหตุสังเกตได้

SHORT CUT

  • อบจ. ปทุมธานีเป็นหมุดหมายที่สำคัญของทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล
  • ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ชาญ พวงเพ็ชร์ ลงในนามพรรคเพื่อไทย แต่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ลงในนามอิสระ
  • ศึก อบจ. ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยฮึดสู้ล้อมกรอบคำรณวิทย์ เพราะได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองท้องถิ่นหลายตระกูล

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง ที่เคยเป็นอดีตคนในเพื่อไทย แต่ในวันนี้การเมืองเปลี่ยนไปเพราะก้าวไกลเป้นเหตุสังเกตได้

การเมืองท้องถิ่นกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากสัญญาณเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ได้รับไฟเขียว บวกกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ชิงลาออกจากเก้าอี้นายก อบจ. เดือดไม่แพ้การเมืองระดับประเทศ

ปทุมธานีพื้นที่วัดใจการเมืองใกล้เมืองหลวง หลังจากระดับประเทศพรรคส้มก้าวไกล บุกทะลวงชิงพื้นที่ สส.ได้เกือบทุกเขต เล่นเอานักการเมืองระดับท้องถิ่นต้องปรับตัว

SPRiNG พาไปย้อนรอยรากเหง้าการเมืองระดับ อบจ.ของปทุมธานี บ้านใหญ่ไหนใครครอง หรือพื้นที่พลิกตามกระแสระดับประเทศ

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

อดีตเคยมีบ้านใหญ่ที่ทรงพลังอย่างตระกูล "หาญสวัสดิ์"

ในอดีต ตระกูล “หาญสวัสดิ์” ยึดครองพื้นที่การเมืองในเขตเทศบาลปทุมธานีมายาวนาน ไม่ต่างจากตระกูล “ศิลปอาชา” แห่งสุพรรณบุรี หรือ “เทียนทอง” แห่งสระแก้ว ก็ว่าได้ 50 กว่าปีที่แล้ว บุญไทย หาญสวัสดิ์ พ่อของ “ชูชีพ” เริ่มทำกิจการโรงฆ่าสัตว์ และพัฒนามาเป็นโรงงานลูกชิ้น และจำหน่ายเนื้อคุณภาพป้อนโรงแรมชั้นหนึ่งจนถึงระดับตลาดทั่วๆ ไป

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

เมื่อ “ชูชีพ” จบจากสหรัฐอเมริกา กลับถึงเมืองไทย “ชูชีพ” ได้ลงทุน 50 กว่าล้านบาท ขยายกิจการโรงงานผลิตลูกชิ้นใหญ่โตที่สุดในประเทศ จนได้ฉายา “เสี่ยลูกชิ้น” จากสื่อมวลชน

นอกจากนี้ ตระกูล “หาญสวัสดิ์” ยังมีธุรกิจเดินรถประจำทาง 20 สาย และอู่ต่อรถ ในชื่อ บริษัทกิตติสุนทร เดินรถระหว่างปทุมธานี-นนทบุรี และมีรถร่วม ขสมก. สาย 33 และสาย 90 หลังจากก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจแปรรูปเนื้อสัตว์ให้มั่นคง ทายาทตระกูลหาญสวัสดิ์ก็ลงหลักปักฐานการเมือง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ “ชูชีพ” ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในการเลือกตั้งต้นเดือนมกราคม 2518 โดยสวมเสื้อ “พรรคสันติชน” และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. สมัยแรก ก่อนที่จะย้ายมาสังกัดพรรคชาติไทยในการเลือกตั้งปี 2519

ปี 2531 ตระกูล “หาญสวัสดิ์” ประสบความสำเร็จทางการเมืองมากที่สุดพี่ชายคนโตของตระกูลหาญสวัสดิ์ คือ ไพบูลย์ หาญสวัสดิ์ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองปทุมธานี นิตยา หาญสวัสดิ์ สะใภ้ของตระกูลหาญสวัสดิ์ เป็นประธานสภาจังหวัดปทุมธานีน้อง 3 คน คือ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ ชูชาติ หาญสวัสดิ์ และวาณี หาญสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง สส. ปทุมธานี สังกัดพรรคชาติไทย พร้อมกับ “ชูชีพ” ขึ้นชั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา

การยึดอำนาจเบ็ดเสร็จของตระกูลหาญสวัสดิ์ในการเมืองทุกระดับ จึงเป็นที่มาของคำว่า “บ้านใหญ่” เมืองปทุมธานีในการเมืองระดับชาติ “ชูชีพ” โดยอยู่ในสังกัดกลุ่มวังน้ำเย็น ของเสนาะ เทียนทอง มาตั้งแต่สมัยพรรคชาติไทย มาจนถึงพรรคไทยรักไทย

แต่บ้านใหญ่ “หาญสวัสดิ์" เสื่อมมนต์ขลังลง เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร หอบนโยบายประชานิยมเข้ามาหว่านโปรย ทำให้คนปทุมธานีชื่นชอบเป็นพิเศษนักการเมืองคนไหนอยากเป็น สส.ปทุมธานี ต้องพึ่งแบรนด์ “ทักษิณ”  “ชูชีพ” ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ในรัฐบาลทักษิณ ก็เพราะบารมี “เสนาะ เทียนทอง” หัวหน้ากลุ่มวังน้ำเย็น ดังนั้น เสนาะ จึงดันน้องชาย วิทยา เทียนทอง ไปเป็นเลขานุการรัฐมนตรีเกษตรฯ

แต่หลังจาก ชูชาติ หาญสวัสดิ์ น้องชายของเขาคือชูชีพ ก็สอบตกในการเมืองระดับชาติในเวลาต่อมา ตระกูลหาญสวัสดิ์ได้แต่พึ่งพาบารมีพรรคการเมืองของทักษิณในส่วนการเมืองท้องถิ่นเรื่อยมา โดยเฉพาะเทศบาลเมืองปทุมธานี ไพบูลย์ หาญสวัสดิ์ พี่ชายคนโตของตระกูลหาญสวัสดิ์ ก็เคยยึดครองสนามนี้แบบผูกขาดมานานกว่า 20 ปีมาแล้ว 

  • แต่กระนั้นเมื่อการเมืองเปลี่ยนไปคนเริ่มเบื่อการเมืองที่ผูกขาดโดยตระกูลหาญสวัสดิ์ บ้านใหญ่หาญสวัสดิ์จึงค่อยๆ ลดบทบาทลงมา

อบจ. เปลี่ยนมือ แต่ไม่เปลี่ยนขั้วอำนาจ

ด้านเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นของชาญ พวงเพ็ชร์ ที่เคยเป็นทั้งกำนัน ต.บางงิ้ว อ.สามโคก ตั้งแต่ปี 2547 เรื่อยมาก่อนที่จะเปลี่ยนมือในปี 2563

เมื่อเอ่ยชื่อของ ชาญ พวงเพ็ชร์ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คืออดีตคนของบ้านใหญ่ “หาญสวัสดิ์” ที่แยกตัวออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ครองตำแหน่งนายก อบจ. 3 สมัย และเคยย้ายข้างไปอยู่พรรคภูมิใจไทย

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ทักษิณจึงหนุน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ชิงตำแหน่งนายก อบจ. ในปี 2563 นายก อบจ. จึงเปลี่ยนมามาอยู่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลน้องรักของนายใหญ่ทักษิณ ที่ชูสโลแกน “มีวันนี้เพราะพี่ให้” จนได้ใจคนเสื้อแดงปทุมธานี นำไปสู่การล้มแชมป์หลายสมัยและกลายเป็น นายก อบจ.คนใหม่ของปทุมธานีได้สำเร็จ

ทำให้บทบาทของตระกูลหาญสวัสดิ์ในระดับ อบจ.ไม่ค่อยถูกพูดถึงนักในปัจจุบัน

ทั้งนี้ปทุมธานีที่เป็นพื้นที่ที่ติดกรุงเทพมหานคร มีการเคลื่อนไหวของประชากรจากกรุงเทพมหานคร มีทั้งหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ และชนชั้นกลางที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเรื่องของการเมืองตลอดเวลา ทำให้บ้านใหญ่ไม่ได้มีแค่หลังเดียว ไม่ว่าจะเป็น หาญสวัสดิ์ พวงเพ็ชร์ ธูปกระจ่าง หรืออึ้งอัมพรวิไล และยังถูกท้าทายด้วยการเมืองใหม่อยู่เสมอ

จากอ้อมอกไทยรักไทยสู่เพื่อไทย

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างหนึ่งคือพื้นที่นี้มีนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับประเทศที่ผูกติดกับพรรคไทยรักไทยจนถึงเพื่อไทย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ถึงแม้จะพ่ายการเลือกตั้ง แต่ก็ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีในในโควตาพรรคเพื่อไทย

ชาญ ใจดี หรือ ชาญ พวงเพ็ชร์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเพื่อไทย ที่ถึงแม้เคยย้ายไปสังกัดภูมิใจไทยก็ตาม เมื่อคราวนี้กลับใจเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเพื่อไทยเคาะให้เขาลงศึกเลือกตั้ง นายก อบจ.ที่จะมาถึงในสังกัดเพื่อไทย โดยมีคนของเพื่อไทยคอยหนุนเขาในการสู้ศึกครั้งนี้

หรือ บ้านใหญ่แห่งธัญบุรี หลีนวรัตน์ ที่ส่ง มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สามารถชิงตำแหน่ง สส.หนึ่งเดียวในปทุมธานีให้พรรคเพื่อไทยได้ เพราะที่เหลือถูกพรรคก้าวไกลกวาดไปเกือบทั้งจังหวัด

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองปทุมธานี ณ ตอนนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังตีวงล้อมทั้งก้าวไกลและ บิ๊กแจ๊ส โดยมีบ้านใหญ่ตำบลต่างๆ ในปทุมธานีเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย

ข้ามมาที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานีเมื่อปี 2563 ที่กำลังจะหมดวาระลง น้องรักของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่เคยชูสโลแกนมีวันนี้เพราะพี่ให้ แต่รอบนี้ไม่ได้ลงในนามเพื่อไทยหรือน้องรัก ทักษิณ กลับลงในนามอิสระ แข่งกับคนของเพื่อไทยคือ ชาญ พวงพ็ชร์ ทำไปทำมากลายเป็นศึกของคนกันเองหักกันเองสะอย่างนั้น

ศึกครั้งนี้ทำเอาบิ๊กแจ๊สเหนื่อยอยู่พอสมควร

มองเลือกตั้งระดับประเทศ

หลายคนอาจมองว่าเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ไม่สามารถนำผลเลือกตั้งระดับประเทศมาวัดได้ เพรราะต้องวัดที่เครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ รวมถึงพลังภายในส่วนบุคคล ทั้งกระแสและกระสุน แต่ไม่ใช่กับจังหวัดในเขตปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพฯ ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เราจึงชวนมองว่าปทุมธานีในการเลือกตั้งระดับประเทศว่ามีจำนวน สส.มาจากพรรคไหนบ้างที่คว้าแชมป์ในปทุมธานีไป

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่าในจังหวัดปทุมธานี แบ่งออกเป็น 7 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่าพรรคก้าวไกลที่ไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่นและหน้าใหม่กลับคว้า สส.ไปถึง 6 เขต เหลือเพียง 1 เขตที่เป็นของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น คือมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ชนะเลือกตั้งเขตที่ 5 อ.ธัญบุรี (เฉพาะ 4 ตำบล) , อ.คลองหลวง (เฉพาะ 4 ตำบล) และ อ.หนองเสือ (เฉพาะ 4 ตำบล)

เทก้าวไกล หวังชัชชาติโมเดล ?

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือก้าวไกลกลับถอนตัวจากสนามเลือกตั้งนายก อบจ. ปทุมธานี นั่นจึงเป็นการตั้งคำถามว่าเป็นเพราะอะไร เหตุใดจึงถอนตัว

มีข่าววงในให้ข้อมูลว่าเหตุที่ลูกชายของคำรณวิทย์ถอนตัวถอยห่างจากพรรคก้าวไกล เพราะข่าวลือว่ามีสายตรงยกหูจากนายใหญ่ ให้เล่นการเมืองท้องถิ่นโดยไม่ยึดติดกับพรรคก้าวไกลมิเช่นนั้นจะมีปัญหา เราถึงได้เห็นปรากฏการณ์ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาแถลงข่าวไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี เพราะดีลล่มจนโดนเทนั่นเอง

แต่เชื่อเถอะครับว่าก้าวไกล ไม่ได้ถอนตัวไปทั้งหมด เพราะความฝันของก้าวไกลคือการเขย่าเลือกตั้งระดับท้องถิ่นด้วย เหตุเพราะพรรคชูนโยบายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น การเลือกตั้ง อบจ. อาจถอนตัวเรื่องชิงตำแหน่งนายก อบจ. แต่ย่อมต้องส่งผู้สมัคร สจ. ชิงพื้นที่แต่ละเขตในปทุมธานีแน่นอน

ศึก อบจ. ปทุมธานี จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่การหักของคนกันเอง

หลายคนคาดเดากันไปว่า ลูกบิ๊กแจ๊สอาจเปลี่ยนท่าเล่น เป็นแบบ “ชัชชาติ โมเดล” ที่ไปได้กับทุกฝ่าย ดูไร้ขั้ว แต่ไม่ไร้แรงสนับสนุน 

อาจจะได้เห็นโมเดลนี้ที่ปทุมธานี ที่นายก อบจ.ปุมธานี คือ บิ๊กแจ๊ส คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ในนามอิสระไร้ขั้ว แต่ไม่ไร้แรงหนุนนั่นเอง

แต่ในครั้งนี้ บิ๊กแจ๊สต้องเจอแดงแจ๊สกว่าคือ ชาญ พวงเพ็ชร์ ที่ลงสมัครนายก อบจ. ในนามพรรคเพื่อไทย เหตุเพราะนายใหญ่เริ่มไม่ปลื้มกับท่าทีที่ผ่านมาของน้องรัก

ศึกเลือกตั้ง อบจ. ปทุมธานี เรียกว่าน่าจับตา เพราะเป็นการวัดมนต์ขลังของทักษิณ และอาจสะท้อนภาพพลังส้มจากระดับประเทศที่จะส่งมาสู่สนามเลือกตั้งจังหวัด หรือท้องถิ่นด้วยหรือเปล่า?

เลือกตั้ง อบจ. ปทุมธานี ยิ่งกว่าตามองดาวเท้าติดดิน เพราะหากเท้าไม่เหยียบท้องถิ่นมีหวังพลาด สส. ในระดับพื้นที่ที่สะเทือนถึงระดับประเทศแน่นอน

อ้างอิง

คมชัดลึก / เจาะลึกทั่วไทย / กรมประชาสัมพันธ์ / อบจ. ปทุมธานี /

ข่าวที่เกี่ยวข้อง