
SHORT CUT
สปอตไลท์ทุกดวงฉายจับไปที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หลังนำพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้ง 2569 เตรียมจารึกประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
ในการเลือกตั้ง 2569 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล สร้างประวัติศาสตร์นำ พรรคภูมิใจไทย คว้าคะแนนเสียงเหนือคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนอย่างเด็ดขาด ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้เขากลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในสมัยที่ 2 เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและแก้ปัญหาปากท้องประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับมติจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2568 ภายหลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
"เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง โดยเป็นบุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นมรดกที่ส่งต่อมาถึงเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ภูมิหลังของนายอนุทินเป็นการผสมผสานระหว่างโลกธุรกิจและวิชาการ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของครอบครัวอย่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจ การศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ไปจนถึงวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างเครือข่ายและคอนเน็กชันที่ครอบคลุมทุกวงการ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าในสนามการเมืองไทย
อนุทิน เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 แต่บทบาทของเขาเริ่มเด่นชัดในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการในกระทรวงสำคัญอย่างสาธารณสุขและพาณิชย์ ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีหลังการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550
การเว้นวรรคทางการเมืองไม่ได้ทำให้ชื่อของเขาเลือนหายไป เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2555 ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สานต่ออำนาจจากบิดา และได้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเป็นนักเจรจาต่อรองที่เฉียบแหลม
ปี 2562 นำพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยตัวเขาเองดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นช่วงที่ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนโยบายกัญชาเสรี
ปี 2566 หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญอีกครั้ง และนายอนุทินได้ตัดสินใจนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ภาพจำของการ "ดื่มมิ้นต์ช็อก" ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสลายขั้วและความพร้อมที่จะทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อแลกกับการได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เขาได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอที่มีอำนาจคุมข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ
ปี 2568 ในการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจ พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในเดือนมิถุนายน และย้ายไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการอ่านเกมล่วงหน้าถึงความไม่มั่นคงของรัฐบาล และเป็นการสร้างระยะห่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่
นอกเหนือจากภาพลักษณ์นักการเมืองที่ดุดันด้วยสไตล์ทำงาน "สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน" เขายังมีมุมอ่อนโยนผ่านภารกิจจิตอาสา ขับเครื่องบินส่วนตัวรับส่งอวัยวะเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์มาต่อเนื่องกว่า 10 ปี
เครดิตภาพ : Reuters