svasdssvasds

ประวัติ "อนุทิน ชาญวีรกูล" จากนักธุรกิจหมื่นล้าน สู่เก้าอี้ผู้นำประเทศ

ประวัติ "อนุทิน ชาญวีรกูล" จากนักธุรกิจหมื่นล้าน สู่เก้าอี้ผู้นำประเทศ

สปอตไลท์ทุกดวงฉายจับไปที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หลังนำพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้ง 2569 เตรียมจารึกประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

SHORT CUT

  • อนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 หลังนำพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาดในปี 2569
  • เป็นทายาทธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน "ซิโน-ไทย" และบุตรชายของอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในเส้นทางการเมือง
  • มีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายรัฐบาล และเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล
  • นอกเหนือจากบทบาทนักการเมือง ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักบินอาสาขนส่งอวัยวะ และเป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4.4 พันล้านบาท

สปอตไลท์ทุกดวงฉายจับไปที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หลังนำพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้ง 2569 เตรียมจารึกประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

ในการเลือกตั้ง 2569 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล สร้างประวัติศาสตร์นำ พรรคภูมิใจไทย คว้าคะแนนเสียงเหนือคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนอย่างเด็ดขาด ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้เขากลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในสมัยที่ 2 เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและแก้ปัญหาปากท้องประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับมติจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2568 ภายหลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

เครดิตภาพ : Reuters

ส่องเส้นทาง "แม่ทัพสีน้ำเงิน" จากนักธุรกิจหมื่นล้านสู่ผู้กุมบังเหียนประเทศไทย

"เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง โดยเป็นบุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นมรดกที่ส่งต่อมาถึงเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ภูมิหลังของนายอนุทินเป็นการผสมผสานระหว่างโลกธุรกิจและวิชาการ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของครอบครัวอย่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ความสนใจของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจ การศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ไปจนถึงวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างเครือข่ายและคอนเน็กชันที่ครอบคลุมทุกวงการ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าในสนามการเมืองไทย

เครดิตภาพ : Reuters

 

บทบาททางการเมือง 

อนุทิน เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 แต่บทบาทของเขาเริ่มเด่นชัดในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการในกระทรวงสำคัญอย่างสาธารณสุขและพาณิชย์ ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีหลังการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550

การเว้นวรรคทางการเมืองไม่ได้ทำให้ชื่อของเขาเลือนหายไป เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2555 ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สานต่ออำนาจจากบิดา และได้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเป็นนักเจรจาต่อรองที่เฉียบแหลม

ปี 2562 นำพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยตัวเขาเองดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นช่วงที่ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนโยบายกัญชาเสรี

ปี 2566 หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญอีกครั้ง และนายอนุทินได้ตัดสินใจนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ภาพจำของการ "ดื่มมิ้นต์ช็อก" ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสลายขั้วและความพร้อมที่จะทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อแลกกับการได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เขาได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอที่มีอำนาจคุมข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ

ปี 2568 ในการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจ พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในเดือนมิถุนายน และย้ายไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการอ่านเกมล่วงหน้าถึงความไม่มั่นคงของรัฐบาล และเป็นการสร้างระยะห่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่

เครดิตภาพ : Reuters

ไลฟ์สไตล์และบทบาท "กัปตันหัวใจติดปีก"

นอกเหนือจากภาพลักษณ์นักการเมืองที่ดุดันด้วยสไตล์ทำงาน "สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน" เขายังมีมุมอ่อนโยนผ่านภารกิจจิตอาสา ขับเครื่องบินส่วนตัวรับส่งอวัยวะเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์มาต่อเนื่องกว่า 10 ปี

เครดิตภาพ : Reuters

ทรัพย์สินและหนี้สิน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 2566)

  • ทรัพย์สินรวม: 4,411.66 ล้านบาท (รวมคู่สมรส)
  • เงินฝาก: 1,184.95 ล้านบาท (39 บัญชี)
  • เงินลงทุน: 721.12 ล้านบาท (รวมถึงสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีในบริษัท เอสทีพีแอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 692.36 ล้านบาท)
  • ยานพาหนะ: 749.36 ล้านบาท ประกอบด้วย รถยนต์ 2 คัน (Rolls-Royce, Porsche), เรือยนต์ 2 ลำ (ชื่อนัยน์ภัค 3, เศรณี) และ เครื่องบิน 3 ลำ (Aircraft TBM 930SOCATA TMB 930, Embraer Legacy 600 ที่ซื้อในปี 2563 มูลค่า 534.73 ล้านบาท)
  • ทรัพย์สินอื่น ๆ: 210.04 ล้านบาท อาทิ พระเครื่อง 24 องค์ (91.95 ล้านบาท), นาฬิกา 24 เรือน (65.79 ล้านบาท), เครื่องเบญจรงค์ 11 ตู้ (33.4 ล้านบาท)
  • หนี้สินรวม: 15.11 ล้านบาท (รวมคู่สมรส)
  • รายได้รวมต่อปีโดยประมาณ: 2.29 ล้านบาท (เงินเดือน ส.ส. และเบี้ยประชุม)
  • รายจ่ายรวมต่อปีโดยประมาณ: 19.33 ล้านบาท (รวมรายจ่ายตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ากับภรรยาเดิม 3 แสนบาท)

เครดิตภาพ : Reuters

related