
SHORT CUT
สภาฯ ลุกเป็นไฟ! ฝ่ายค้าน-รัฐบาลประสานเสียงถล่มรายงาน กสทช. ปี 66 ชี้ 16 ปีล้มเหลวคุ้มครองผู้บริโภค งบ 4 พันล้านแต่ผลงานสวนทาง ปล่อยแก๊งคอลเซ็นเตอร์-OTT ไร้การกำกับ
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ร้อนระอุเป็นพิเศษ เมื่อมีการพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของ กสทช. ประจำปี 2566 ซึ่งปกติมักเป็นเพียงการรับทราบตามขั้นตอน แต่ครั้งนี้ สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกลับพร้อมใจกัน 'รุมสับ' การทำงานขององค์กรนี้อย่างรุนแรง โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นระบุว่าตลอด 16 ปีที่ผ่านมา กสทช. สอบตกในการสร้างความเชื่อมั่นและกลายเป็น 'จำเลยของสังคม' ในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคไปแล้ว
ประเด็นที่ถูกขยี้หนักคือความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ โดย กสทช. มีงบดำเนินการสูงถึงปีละกว่า 4,000 ล้านบาท มีบุคลากรกว่า 2,000 คน พร้อมเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 52,700 บาท (ไม่รวมค่าตอบแทนบอร์ด) แต่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จากพรรคประชาชน ตั้งคำถามว่าคุ้มค่าหรือไม่? เมื่อพบว่าโครงสร้างงบกว่า 59% ถูกใช้ไปกับงานประจำและการก่อสร้างอาคาร ขณะที่งบภารกิจยุทธศาสตร์จริงๆ มีเพียง 40% แถมยังมีงบ “อีรุ่ยฉุยแฉก” อย่างค่าเดินทางต่างประเทศของประธาน กสทช. ที่สูงถึง 45.8 ล้านบาท จากการเดินทาง 15 ครั้ง
อีกหนึ่งปมใหญ่คือการปล่อยให้เกิด “ดีลควบรวม” ในตลาดโทรคมนาคม ซึ่งถูกชี้ว่าเป็น 'ตราบาป' เพราะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ลดลงเหลือเพียง 2 ราย ส่งผลให้ค่าบริการพุ่งสูงขึ้นและผู้บริโภคเสียประโยชน์
นอกจากนี้ กสทช. ยังถูกวิจารณ์ว่าละเลยการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ปล่อยให้เป็นช่องทางของมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม้จะมีอำนาจตามกฎหมายแต่กลับไม่ทำหน้าที่อย่างจริงจัง จนทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยออนไลน์ซ้ำซาก
ความโปร่งใสกลายเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ เมื่อมีการขุดปมอาคารสำนักงานแห่งใหม่มูลค่า 2,643 ล้านบาท ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ปัจจุบันยังไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างหลังยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ไม่เพียงเท่านั้น ระบบรับเรื่องร้องเรียนอย่างแอปฯ “พีซโฟน” (Peace Phone) ที่ใช้งบไปกว่า 4.5 ล้านบาท กลับถูกวิจารณ์ว่าใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง ประชาชนเข้าถึงยาก ต่างจากระบบอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างรุนแรง
สภาฯ ยังเปิดโปงปัญหาภายใน ทั้งการปล่อยให้ตำแหน่งเลขาธิการว่างลงและใช้ 'รักษาการ' นานถึง 6-7 ปี จนขาดเสถียรภาพ รวมถึงการใช้งบประมาณแบบ 'อีรุ่ยฉุยแฉก' เช่น งบเดินทางไปต่างประเทศของประธาน กสทช. ที่สูงถึง 45.8 ล้านบาทจากการเดินทาง 15 ครั้ง
แรงกดดันครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่การวิจารณ์ แต่ลามไปถึงข้อเสนอให้ "ยุบ กสทช. เพื่อจัดตั้งองค์กรใหม่", เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในบอร์ดและความไม่โปร่งใสทางบัญชี โดยพบว่า กสทช. มีคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 63,000 ล้านบาท สส. หลายคนจึงเห็นพ้องว่า หากองค์กรที่เป็น Regulator ไม่สามารถปกป้องประชาชนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือคุมค่าครองชีพด้านสื่อสารได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีองค์กรนี้ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป
ที่มา : เนชั่นทีวี