สภาเดือด! สส.รุมสับ กสทช. 16 ปีล้มเหลว งบสูงผลงานต่ำ จี้ยุบตั้งใหม่

สภาเดือด! สส.รุมสับ กสทช. 16 ปีล้มเหลว งบสูงผลงานต่ำ จี้ยุบตั้งใหม่

สภาฯ ลุกเป็นไฟ! ฝ่ายค้าน-รัฐบาลประสานเสียงถล่มรายงาน กสทช. ปี 66 ชี้ 16 ปีล้มเหลวคุ้มครองผู้บริโภค งบ 4 พันล้านแต่ผลงานสวนทาง ปล่อยแก๊งคอลเซ็นเตอร์-OTT ไร้การกำกับ

SHORT CUT

  • สส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลวิจารณ์การทำงานของ กสทช. ตลอด 16 ปีว่าล้มเหลว โดยใช้งบประมาณสูงถึงปีละ 4,000 ล้านบาท แต่ผลงานต่ำและไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้
  • กสทช. ถูกตำหนิในประเด็นสำคัญ เช่น การอนุมัติให้ควบรวมกิจการโทรคมนาคมจนค่าบริการแพงขึ้น และการละเลยการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT จนเป็นช่องทางของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • มีการเปิดโปงปัญหาการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพและความไม่โปร่งใส เช่น โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ที่ถูกทิ้งร้าง และการใช้งบประมาณฟุ่มเฟือยในการเดินทางต่างประเทศ
  • จากปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดข้อเสนอในสภาฯ ให้ยุบ กสทช. และจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สภาฯ ลุกเป็นไฟ! ฝ่ายค้าน-รัฐบาลประสานเสียงถล่มรายงาน กสทช. ปี 66 ชี้ 16 ปีล้มเหลวคุ้มครองผู้บริโภค งบ 4 พันล้านแต่ผลงานสวนทาง ปล่อยแก๊งคอลเซ็นเตอร์-OTT ไร้การกำกับ

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ร้อนระอุเป็นพิเศษ เมื่อมีการพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของ กสทช. ประจำปี 2566 ซึ่งปกติมักเป็นเพียงการรับทราบตามขั้นตอน แต่ครั้งนี้ สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกลับพร้อมใจกัน 'รุมสับ' การทำงานขององค์กรนี้อย่างรุนแรง โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นระบุว่าตลอด 16 ปีที่ผ่านมา กสทช. สอบตกในการสร้างความเชื่อมั่นและกลายเป็น 'จำเลยของสังคม' ในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคไปแล้ว

งบมหาศาล-สวัสดิการหรู แต่ภารกิจหลักยังสอบตก

ประเด็นที่ถูกขยี้หนักคือความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ โดย กสทช. มีงบดำเนินการสูงถึงปีละกว่า 4,000 ล้านบาท มีบุคลากรกว่า 2,000 คน พร้อมเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 52,700 บาท (ไม่รวมค่าตอบแทนบอร์ด) แต่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จากพรรคประชาชน ตั้งคำถามว่าคุ้มค่าหรือไม่? เมื่อพบว่าโครงสร้างงบกว่า 59% ถูกใช้ไปกับงานประจำและการก่อสร้างอาคาร ขณะที่งบภารกิจยุทธศาสตร์จริงๆ มีเพียง 40% แถมยังมีงบ “อีรุ่ยฉุยแฉก” อย่างค่าเดินทางต่างประเทศของประธาน กสทช. ที่สูงถึง 45.8 ล้านบาท จากการเดินทาง 15 ครั้ง

ตราบาปควบรวม-ปล่อยผี OTT ทำประชาชนเดือดร้อน

อีกหนึ่งปมใหญ่คือการปล่อยให้เกิด “ดีลควบรวม” ในตลาดโทรคมนาคม ซึ่งถูกชี้ว่าเป็น 'ตราบาป' เพราะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ลดลงเหลือเพียง 2 ราย ส่งผลให้ค่าบริการพุ่งสูงขึ้นและผู้บริโภคเสียประโยชน์

นอกจากนี้ กสทช. ยังถูกวิจารณ์ว่าละเลยการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT ปล่อยให้เป็นช่องทางของมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม้จะมีอำนาจตามกฎหมายแต่กลับไม่ทำหน้าที่อย่างจริงจัง จนทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยออนไลน์ซ้ำซาก

อาคารร้าง-ระบบล้มลุก สัญญาณเตือนวิกฤตองค์กร

ความโปร่งใสกลายเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ เมื่อมีการขุดปมอาคารสำนักงานแห่งใหม่มูลค่า 2,643 ล้านบาท ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ปัจจุบันยังไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างหลังยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ไม่เพียงเท่านั้น ระบบรับเรื่องร้องเรียนอย่างแอปฯ “พีซโฟน” (Peace Phone) ที่ใช้งบไปกว่า 4.5 ล้านบาท กลับถูกวิจารณ์ว่าใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง ประชาชนเข้าถึงยาก ต่างจากระบบอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างรุนแรง

สภาฯ ยังเปิดโปงปัญหาภายใน ทั้งการปล่อยให้ตำแหน่งเลขาธิการว่างลงและใช้ 'รักษาการ' นานถึง 6-7 ปี จนขาดเสถียรภาพ รวมถึงการใช้งบประมาณแบบ 'อีรุ่ยฉุยแฉก' เช่น งบเดินทางไปต่างประเทศของประธาน กสทช. ที่สูงถึง 45.8 ล้านบาทจากการเดินทาง 15 ครั้ง 

ถึงเวลา 'ยุบ กสทช.' เพื่อเริ่มต้นใหม่?

แรงกดดันครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่การวิจารณ์ แต่ลามไปถึงข้อเสนอให้ "ยุบ กสทช. เพื่อจัดตั้งองค์กรใหม่", เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในบอร์ดและความไม่โปร่งใสทางบัญชี โดยพบว่า กสทช. มีคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงถึง 63,000 ล้านบาท สส. หลายคนจึงเห็นพ้องว่า หากองค์กรที่เป็น Regulator ไม่สามารถปกป้องประชาชนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือคุมค่าครองชีพด้านสื่อสารได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีองค์กรนี้ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป

ที่มา : เนชั่นทีวี

related