
SHORT CUT
'วิโรจน์' ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เป็นผลมาจากการวางแผนและเตรียมตัวของพรรคที่ยังไม่ดีพอ สะท้อน 'คำติติง' จากคนกรุงที่ต้องการให้พรรคมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนกว่านี้
วันที่ 29 มิ.ย. 2569 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีสส. ผู้สมัครชิงผู้ว่ากทม. และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กหลังทราบผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. โดยระบุว่า คะแนนจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่พรรคประชาชนได้รับในครั้งนี้ ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่อ้อมค้อมเลยครับว่า เป็นคะแนนที่สะท้อน 'คำติติง' จากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ที่มีต่อพรรคประชาชนอย่างชัดเจนมาก ชัดเจนเหมือนคุณครูเรียกนักเรียนคนหนึ่งเข้าไปตักเตือนในห้องพักครูด้วยความหวังดี
ผมขอน้อมรับผลที่เกิดขึ้นด้วยใจจริง โดยไม่มีข้ออ้าง และคำแก้ตัวใด ๆ ไม่โทษใคร ไม่โทษปัจจัยใด และไม่ผลักภาระความรับผิดชอบไปให้ใครทั้งสิ้น
ทุกอย่างเป็นผลจากการตัดสินใจ การเตรียมตัว และการวางแผนของพรรค ที่ยังไม่ดีพอ ผลคะแนนครั้งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ต้องการเห็นพรรคประชาชนเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ ทำการบ้านให้ละเอียดกว่านี้ ตั้งใจให้มากกว่านี้ พิถีพิถันมากกว่านี้ ทำการเมืองเชิงความคิดร่วมกับภาคประชาชนอย่างประณีตและใส่ใจมากกว่านี้ รวมถึงต้องมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน หนักแน่น และสมกับความไว้วางใจที่ประชาชนเคยมอบให้มากกว่านี้
ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่านจากใจจริง ที่ทำให้หลายท่านผิดหวัง
ผมขอน้อมรับคำติติงนี้โดยไม่มีข้อแก้ตัว และจะนำไปเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเร่งแก้ไข ปรับปรุง และทำให้พรรคประชาชน เป็นพรรคที่คู่ควรกับความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์การพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งผู้ว่านกทม.จากเหตุดึงนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ กทม. ระบุว่า เราน้อมรับและรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่อง แต่เฉพาะกรณีของนายสุรพล เรายืนยันว่าการทำงานทางการเมือง การเดินทางไปข้างหน้า จำเป็นต้องโอบรัดและเปิดกว้างและคนที่เคยเห็นต่าง มาร่วมเดินทางกับเรา
แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง แล้วเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่า การดึงเอานายสุรพลมา อาจมีผลทำให้การเลือกตั้งออกมาสู่ผลลัพธ์ในวันนี้ แต่คิดว่าสิ่งที่พรรคต้องทำคือการทำงานทางความคิด ทำความเข้าใจกับโหวตเตอร์ แม้ว่าครั้งนี้เราทำไม่สำเร็จ เราควรรับฟัง เดินหน้าทำงานทางความคิดต่อไป
แนวทางหลอมรวมทางความคิดพรรคจะทบทวนหรือไม่ว่าจะเดินแนวทางนี้ต่อไป หรือจะปรับปรุงแนวทางอื่น นายพิจารณ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าการทำงานทางการเมืองจำเป็นต้องเปิดรับบุคคลที่เคยเห็นต่างกัน มีจุดยืนแตกต่างกัน แต่คิดว่าประเด็นเรื่องนี้อยู่ที่ความปราณีตในการสื่อสาร อยู่ที่กลไกและกระบวนการที่ออกแบบทั้งในและภายนอกพรรค ทำงานกับโหวตเตอร์มากขึ้น