svasdssvasds

สภากทม. ลงนาม MOU สภาเจิ้นเจียง มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่นยั่งยืน

สภากทม. ลงนาม MOU สภาเจิ้นเจียง มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่นยั่งยืน

สภากทม. ลงนาม MOU ร่วมกับสภาฯ เจิ้นเจียง มุ่งแลกเปลี่ยนนวัตกรรม 'เมืองฟองน้ำ' จัดการน้ำท่วมยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน 🇨🇳🇹🇭

SHORT CUT

  • สภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) และสภาประชาชนเทศบาลเจิ้นเจียงของจีน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือฉันมิตรระหว่างสองเมือง
  • ความร่วมมือมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในหลายด้าน เช่น การระบายน้ำ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • สภากทม. ให้ความสนใจเป็นพิเศษในโมเดล "เมืองฟองน้ำ" (Sponge City) ของเมืองเจิ้นเจียง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

สภากทม. ลงนาม MOU ร่วมกับสภาฯ เจิ้นเจียง มุ่งแลกเปลี่ยนนวัตกรรม 'เมืองฟองน้ำ' จัดการน้ำท่วมยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน 🇨🇳🇹🇭

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร นำคณะสภากรุงเทพมหานคร เข้าเยี่ยมคารวะนายเฉิน เค่อะเคอะ (Mr. Chen KeKe) ประธานสภาประชาชนเทศบาลเจิ้นเจียงและร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์และความร่วมมือฉันมิตร (MOU) ระหว่างสภากรุงเทพมหานครแห่งราชอาณาจักรไทยและสภาประชาชนเทศบาลเจิ้นเจียงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีคณะผู้แทนจากสภากรุงเทพมหานครและสภาประชาชนเทศบาลเจิ้นเจียง ร่วมเป็นสักขีพยาน

 


การลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสภากรุงเทพมหานครและสภาประชาชนเทศบาลเมืองเจิ้นเจียง การที่พวกเราได้มาพบกัน ณ เมืองเจิ้นเจียงซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นและความหวังถือเป็นนิมิตหมายอันดีของการเริ่มต้นความร่วมมือระหว่างสองเมือง ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนาอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

 

โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ความร่วมมือในระดับท้องถิ่นระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองเจิ้นเจียงในวันนี้ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งที่แสดงถึงมิตรภาพที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำหรับกรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย เรามุ่งมั่นพัฒนาเมืองให้เป็นมหานครที่น่าอยู่สำหรับทุกคน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิต การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง

 

สภากทม. ลงนาม MOU สภาเจิ้นเจียง มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่นยั่งยืน

 

เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับเมืองเจิ้นเจียงจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างสภาของทั้งสองเมืองอย่างเป็นรูปธรรมกรุงเทพมหานครและเมืองเจิ้นเจียง มีความคล้ายคลึงกันในด้านกายภาพและบริบทการพัฒนาเมืองที่ทำให้ทั้งสองเมืองสามารถแลกเปลี่ยนนวัตกรรมกันได้ ผมเชื่อมั่นว่าบันทึกความเข้าใจที่เราลงนามในวันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำโมเดลการจัดการเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับกรุงเทพมหานครโดยตรง ประธานสภา กทม. กล่าว

 

อนึ่ง บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์และความร่วมมือฉันมิตรระหว่างสภากรุงเทพมหานครแห่งราชอาณาจักรไทยและสภาประชาชนเทศบาลเจิ้นเจียงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยน แบ่งปันประสบการณ์ และความร่วมมือฉันมิตรในด้านการระบายน้ำ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเงิน การงบประมาณ การศึกษา การจราจรและคนาคม การสาธารณสุข การโยธาและผังเมือง ยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา การบริหารจัดการท้องถิ่น การพัฒนาชมชน และสวัสดิการสังคม การกิจการสภา และการตรวจรายงานการประชุม เป็นต้น

 

สภากทม. ลงนาม MOU สภาเจิ้นเจียง มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่นยั่งยืน

 

สภากทม. ชูโมเดล 'เมืองฟองน้ำ' เจิ้นเจียง แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

 

โดยในช่วงเช้าวันเดียวกันนั้น ประธานสภา กทม. นำคณะผู้แทนสภากรุงเทพมหานครเข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการมลพิษทางน้ำและเมืองฟองน้ำ ณ โครงการควบคุมมลพิษน้ำล้น CSO ทะเลสาบจินซานและสวนธีมฟองน้ำ โครงการ "เมืองฟองน้ำ" (Sponge City) ในเมืองเจิ้นเจียง มณฑลเจียงซู เป็นหนึ่งในโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของจีน โดยมีเป้าหมายหลักคือการจัดการน้ำฝนร้อยละ 70 ผ่านการดูดซับและกักเก็บแทนการระบายทิ้งเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดความ

 

รุนแรงของน้ำท่วมจากเหตุการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในรอบ 30 ปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำที่ถูกกักเก็บจะถูกนำมาบำบัดผ่านกระบวนการธรรมชาติเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น รดน้ำต้นไม้หรือชำระล้างในพื้นที่สาธารณะ

 

“เมืองฟองน้ำเกิดขึ้นเพราะเมืองเจิ้นเจียงด้านทิศเหนือติดกับภูเขาและทิศใต้ติดกับแม่น้ำแยงซี จึงทำให้ต้องเผชิญทั้งน้ำป่าไหลหลากและน้ำหนุนสูง อีกทั้งบางพื้นที่ยังเป็นที่ลุ่มต่ำทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง โดยในปี 2015 เจิ้นเจียงได้รับเลือกให้เป็นเมืองนำร่องในการก่อสร้างเมืองฟองน้ำแห่งแรกสู่การพัฒนาแนวคิดความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และสายน้ำ โดยปรับปรุงพื้นที่ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง ปลายทางและแหล่งน้ำให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ผ่านกระบวนการ 3 สี คือ สีเขียวธรรมชาติ สีเทาวิศวกรรม และสีน้ำเงินแหล่งน้ำ เพื่อสร้างทางออกที่มีประสิทธิภาพ และได้สร้างสถานีสูบน้ำ 9 แห่งเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่” ผู้แทนโครงการ กล่าว

 

สภากทม. ลงนาม MOU สภาเจิ้นเจียง มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่นยั่งยืน

 

ในที่ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการปรับใช้แนวคิด "เมืองฟองน้ำ" ในกรุงเทพมหานครเป็นการเปลี่ยนจากระบบระบายน้ำแบบดั้งเดิมที่เน้นการเร่งระบายน้ำทิ้ง มาเป็นการใช้ "โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ" เพื่อดูดซับ ชะลอ และกักเก็บน้ำฝนไว้ในเมือง โดยในกรุงเทพฯ ได้เริ่มปรับปรุงสวนสาธารณะและพื้นที่ว่างให้ทำหน้าที่เป็น "ฟองน้ำ" ยักษ์กลางกรุงแล้ว เช่น สวนป่าเบญจกิติ อุทยาน 100 ปี จุฬา สวนภูผาสู่มหานที เป็นต้น แต่กรุงเทพฯ มีลักษณะสภาพดินเป็นดินเหนียวที่ซึมน้ำได้ช้ากว่าเมืองในต่างประเทศ จึงต้องอาศัยการขุดบ่อหน่วงน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำช่วย

 

ทั้งนี้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ร่วมประชุมในครั้งนี้จะสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอสภากรุงเทพมหานครผ่านการตั้งกระทู้ ญัตติ และการสอบถามโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และประยุกต์กับแนวทางการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครต่อไป

 

related