
SHORT CUT
HYROX ฟีเวอร์! จากสนามแข่งสู่เทรนด์สุขภาพ ดันธุรกิจยิม อุปกรณ์กีฬา โค้ช รองเท้า อาหารเสริม คาเฟ่ และร้านอาหารโตตาม สะท้อน ‘HYROX Effect’ ที่กำลังเปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นระบบนิเวศธุรกิจใหม่
จากเทรนด์ออกกำลังกายที่เคยเป็นเพียงกิจกรรมดูแลสุขภาพ กำลังขยับสู่การเป็น ‘ไลฟ์สไตล์’ ที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อภาคธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ได้ออกกำลังกายเพียงเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่ต้องการมีเป้าหมาย วัดผลได้ และมีคอมมูนิตี้ร่วมทาง หนึ่งในกระแสที่กำลังมาแรงและถูกจับตามองคือ HYROX การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่กำลังสร้างฐานแฟนในไทยอย่างรวดเร็ว
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนคนที่หันมาซ้อมเพิ่มขึ้น แต่ยังส่งต่อโอกาสทางธุรกิจเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ยิมและสตูดิโอฝึกซ้อม อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้าและรองเท้า ไปจนถึงอาหารสุขภาพ คาเฟ่ บริการฟื้นฟูร่างกาย และธุรกิจเดินทาง จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘HYROX Effect’ ที่เม็ดเงินไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามแข่งขัน แต่กระจายไปทั่วระบบนิเวศสุขภาพและฟิตเนส
HYROX คือการแข่งขันฟิตเนสเรซที่ผสมผสานการวิ่งเข้ากับการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยผู้ก่อตั้งจากเยอรมนี และใช้รูปแบบการแข่งขันที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทำให้ผู้แข่งขันสามารถเปรียบเทียบผลงานของตัวเองกับนักกีฬาจากสนามอื่นได้
รูปแบบการแข่งขันประกอบด้วยการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับฐานออกกำลังกาย 1 ฐาน รวมทั้งหมด 8 รอบ คิดเป็นการวิ่ง 8 กิโลเมตร และผ่าน 8 ฐาน ได้แก่ SkiErg, Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jumps, Rowing, Farmers Carry, Sandbag Lunges และ Wall Balls
จุดแข็งของ HYROX คือกติกาที่ไม่ซับซ้อน และเปิดกว้างสำหรับคนหลายระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักกีฬาที่ต้องการท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง จึงถูกเรียกว่าเป็น ‘มาราธอนสายยิม’ เพราะต้องใช้ทั้งความแข็งแรง ความเร็ว และความอึดไปพร้อมกัน
กระแส HYROX ขยายจากเยอรมนีไปยังยุโรป สหรัฐฯ และเอเชียอย่างรวดเร็ว โดยในปีล่าสุดมีนักแข่งทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 550,000 คน จากกว่า 80 สนาม และมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2026 จำนวนผู้เข้าร่วมอาจทะลุ 1 ล้านคน จากกว่า 50 ประเทศ
สำหรับประเทศไทย กระแส HYROX เติบโตอย่างโดดเด่น โดยการแข่งขันเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ไบเทค บางนา มีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 17,500 คน ก่อนที่การแข่งขันรอบล่าสุดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะมีผู้สมัครเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20,000 คน จนกลายเป็นหนึ่งในสนาม HYROX ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย
แรงส่งสำคัญอีกด้านมาจากการที่คนดังและกลุ่มนักแสดงเข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ณเดชน์ คูกิมิยะ, แอน ทองประสม, เจมส์ จิรายุ และญาญ่า อุรัสยา รวมถึงกลุ่มนักแสดงจากค่ายต่างๆ ที่จับทีมลงสนาม ช่วยทำให้ HYROX ถูกพูดถึงในวงกว้าง และดึงคนที่อาจไม่เคยสนใจการแข่งขันฟิตเนสมาก่อนให้เข้ามาทดลอง
ขณะที่ค่าลงทะเบียนซึ่งแตกต่างกันตามประเภทการแข่งขัน อยู่ที่ประมาณ 3,200-4,000 บาทสำหรับประเภทเดี่ยว 5,800-7,500 บาทสำหรับประเภทคู่ และ 8,000-11,000 บาทสำหรับประเภทผลัด โดยบัตรการแข่งขันหลายสนามมักถูกจับจองอย่างรวดเร็ว
แต่สำหรับ HYROX ‘ค่าสมัคร’ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการใช้จ่าย เพราะกว่าจะถึงวันแข่ง นักกีฬาจำนวนมากต้องเตรียมตัวล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
สิ่งที่น่าสนใจจึงอยู่ที่เม็ดเงินซึ่งเกิดขึ้นระหว่างทาง ตั้งแต่วันที่นักกีฬาตัดสินใจสมัคร ไปจนถึงวันที่ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขัน
ธุรกิจแรกที่รับอานิสงส์โดยตรงคือ ยิมและสถานฝึกซ้อม เมื่อความต้องการเตรียมตัวสำหรับ HYROX เพิ่มขึ้น ยิมจำนวนมากเริ่มเปิดคลาสเฉพาะทาง เพิ่มอุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกับมาตรฐานการแข่งขัน และพัฒนาโปรแกรมฝึกที่เน้นทั้งการวิ่งและ Functional Training
ขณะเดียวกัน ตลาดอุปกรณ์ฝึกซ้อม ก็มีโอกาสเติบโตตาม โดยมีการประเมินว่าตลาดอุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมกีฬาประเภทนี้ทั่วโลกอาจขยายจากราว 450 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ไปแตะกว่า 3.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2036 หรือเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 21% ต่อปี
อีกธุรกิจที่เติบโตควบคู่กันคือ โค้ชและเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะการเตรียมตัวสำหรับ HYROX ต้องอาศัยการวางโปรแกรมที่ผสมทั้งคาร์ดิโอ ความแข็งแรง และเทคนิคการใช้อุปกรณ์ ทำให้ผู้ฝึกสอนที่มีความรู้เฉพาะทางและใบรับรองที่เกี่ยวข้องมีบทบาทมากขึ้น
เมื่อร่างกายต้องรับทั้งแรงกระแทกจากการวิ่งและแรงต้านจากการยก ลาก ผลัก หรือแบก อุปกรณ์ที่ใช้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ได้รับแรงส่ง
รองเท้าวิ่งและรองเท้าเทรนนิ่ง ต้องตอบโจทย์มากกว่าการวิ่งทั่วไป ขณะที่ เสื้อผ้ากีฬา ต้องรองรับการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย แบรนด์กีฬาจึงมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้เล่น HYROX โดยเฉพาะ
เช่นเดียวกับ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทวอทช์หรืออุปกรณ์วัดชีพจร ที่เข้ามาช่วยติดตามอัตราการเต้นหัวใจ ระยะทาง แคลอรี และประสิทธิภาพการฝึก ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้วัดเพียงความรู้สึก แต่มีข้อมูลเข้ามาช่วยกำหนดเป้าหมาย
ส่วน อาหารเสริมและโภชนาการการกีฬา ก็เป็นอีกตลาดที่ได้ประโยชน์ เพราะนักซ้อมต้องบริหารทั้งพลังงานก่อนออกกำลังกาย การฟื้นตัวหลังฝึก และการรักษาสมดุลระหว่างความอึดกับความแข็งแรง
ขณะที่ กายภาพบำบัดและบริการฟื้นฟูร่างกาย ก็มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ฝึกซ้อมเข้มข้นและต้องการลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ
HYROX Effect ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจกีฬา เพราะพฤติกรรมของนักซ้อมกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจรอบข้าง
หนึ่งในภาพที่เห็นได้ชัดคือ คาเฟ่และร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มคนออกกำลังกายหลังการซ้อม เมนูโปรตีนสูง อาหารที่ให้พลังงานเหมาะสม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และพื้นที่สำหรับนั่งทำงานหรือพูดคุยกับเพื่อน จึงเข้ามาเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้
ขณะที่ ธุรกิจเดินทางและขนส่ง ก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน โดยมีข้อมูลว่าการเรียกรถไปยังสนามแข่งขัน HYROX เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับรอบก่อน และการเดินทางไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะช่วงเช้ามืดเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า สะท้อนว่ากระแสการแข่งขันกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางและการใช้พื้นที่สาธารณะของคนเมือง
ที่สำคัญคือ HYROX กำลังสร้าง ‘คอมมูนิตี้’ ที่มากกว่าการมาออกกำลังกายแล้วแยกย้ายกลับบ้าน เพราะผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากมีการรวมกลุ่มซ้อม นัดพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกันหลังการฝึก จนเกิดเครือข่ายคนรักสุขภาพที่เชื่อมโยงกันทั้งในโลกจริงและออนไลน์
หากมองให้ลึกกว่าภาพการแข่งขัน HYROX จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ฟิตเนสที่กำลังได้รับความนิยม แต่กำลังทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้ตลาดสุขภาพและเวลเนสเติบโตไปพร้อมกัน
ตั้งแต่ยิม อุปกรณ์กีฬา เทรนเนอร์ เสื้อผ้า รองเท้า สมาร์ทวอทช์ อาหารเสริม ไปจนถึงกายภาพบำบัด คาเฟ่ ร้านอาหาร การเดินทาง และกิจกรรมคอมมูนิตี้ ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยผู้บริโภคกลุ่มเดียวกัน
โจทย์ที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า HYROX จะได้รับความนิยมไปอีกนานแค่ไหน แต่คือธุรกิจใดจะสามารถเข้าใจ ‘พฤติกรรมหลังสนาม’ และเปลี่ยนกระแสการออกกำลังกายให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ก่อน
เพราะเมื่อคนหลักหมื่นไม่ได้จ่ายเพียงค่าสมัคร แต่ต้องลงทุนทั้งเวลา การฝึกซ้อม อุปกรณ์ อาหาร การเดินทาง และการฟื้นฟูร่างกาย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่แค่ HYROX Fever แต่คือ ‘HYROX Economy’ ที่กำลังขยายตัวไปพร้อมกับเทรนด์สุขภาพของคนรุ่นใหม่