การเมือง

“สรรเสริญ” ยัน! รัฐไม่ได้ถังแตก ขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินเป็นไปตามกลไกตลาด

โฆษกรัฐบาลยืนยันรัฐไม่ได้ถังแตก ฐานะการคลังยังเข้มแข็ง ย้ำขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินเป็นไปตามกลไกตลาดและความเป็นธรรมในระบบภาษี ชี้สายการบินปรับราคาเกินจริง มั่นใจรายได้รัฐคืนกลับสู่ประชาชน

โฆษกรัฐบาลยืนยันรัฐไม่ได้ถังแตก ฐานะการคลังยังเข้มแข็ง ย้ำขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินเป็นไปตามกลไกตลาดและความเป็นธรรมในระบบภาษี ชี้สายการบินปรับราคาเกินจริง มั่นใจรายได้รัฐคืนกลับสู่ประชาชน

วันที่ 4 ก.พ.60 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศในทำนองว่า รัฐถังแตกจึงต้องไปรีดภาษีสูงขึ้น ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะจากข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาล ณ เดือน ธ.ค.59 ยังมีเงินคงคลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้วคงเหลือทั้งสิ้น 74,907 ล้านบาท

“การที่มีเงินคงคลังเหลือเป็นจำนวนดังกล่าว เพราะช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.-ธ.ค.59) รัฐบาลได้พยายามอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการเบิกจ่ายงบประมาณที่สูงกว่าปีก่อนถึง 78,183 ล้านบาท และการจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการถึง 27,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าฐานะการคลังของรัฐบาลยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็งเพียงพอ”

 

พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า เหตุผลในการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินคือ การสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีและเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะการขนส่งทางถนน ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้รถต้องเสียภาษีน้ำมันเบนซินในอัตรา 5-6 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ขณะที่การขนส่งทางอากาศ ผู้ประกอบการเสียภาษีน้ำมันเครื่องบินเพียง 20 สตางค์ต่อลิตร ติดต่อกันมาถึง 24 ปีแล้ว รัฐจึงได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร เมื่อ 25 ม.ค.60

ทั้งนี้จากการคำนวณต้นทุนของกรมสรรพสามิตพบว่า การปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินครั้งนี้จะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50 บาท ไม่น่าจะถึง 150 บาทต่อเที่ยว เพราะเครื่องบินขนาดกลางที่มีที่นั่ง 200-300 ที่นั่ง จะใช้น้ำมันประมาณ 2,500 ลิตรต่อชม. หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น 9,500-10,000 บาท หากนำไปเฉลี่ยกับจำนวนที่นั่งบนเครื่องบินแล้ว กรมสรรพากรสามิตเห็นว่าราคาควรจะเพิ่มขึ้นเพียง 45-50 บาทเท่านั้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

“การปรับขึ้นหรือลงของภาษีน้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และอื่น ๆ ล้วนเป็นไปตามหลักอุปสงค์และอุปทานของโลก ส่วนรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีนั้น รัฐจะคืนกลับแก่ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ เช่น การซ่อมแซมถนน สะพาน ระบบจราจร ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ลานบิน ระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สำหรับอุตสาหกรรมการบินเช่นเดียวกัน ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าการใช้บริการเครื่องบิน ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือการคืนกลับให้แก่สังคมนั้น จึงฟังไม่ขึ้น”