ซิโนทัยฯ ยันการสร้างรัฐสภาใหม่มีไม่ทุจริตแน่นอน พร้อมยอมรับรู้ตั้งแต่แรก ว่าการก่อสร้างต้องมีปัญหา

ญาติ​วีรชนพฤษภา​ 35​ จัดเวทีประชาชนตรวจสอบคอร์รัปชั่น เรื่อง ตรวจสอบการทุจริตงบประมาณไอทีรัฐสภา​แห่ง​ใหม่ หลังเกิดข้อถกเถียงว่าการก่อสร้างดังกล่าวจะมีการทุจริต

คณะกรรมการ​ญาติ​วีรชนพฤษภา​ 35​ จัดเวทีประชาชนตรวจสอบคอร์รัปชั่น หัวข้อ ตรวจสอบการทุจริตงบประมาณไอทีรัฐสภา​แห่ง​ใหม่ โดย นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ นายวัชระ ​เพชร​ทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ​นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในฐานะบุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงกรรมการบริษัทและพนักงานบริษัทที่ร่วมก่อตั้งอาคารรัฐสภา กว่า 100 คนมาร่วม

โดยทันทีที่ เริ่มเสาวนา นายวัชระ เปิดประเด็นในเรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ทั้งที่หัวข้อการเสวนาเป็นเรื่องการทุจริตระบบไอทีว่า มีการขยายเวลาการก่อสร้างออกไป 1,482 วัน จากเดิมในสัญญากำหนดไว้เพียง 900 วัน รวมต้องใช้เวลาการก่อสร้างถึง 2,382 วัน ซึ่งถือว่า บริษัทผู้รับเหมาเป็นบริษัทที่ได้รับความเมตตาจากรัฐมากที่สุดที่ให้ขยายเวลาการก่อสร้างไปถึง 3 ปี จึงตั้งข้อสังเกตว่า การขยายเวลาครั้งแรกที่นายจเร พันธุ์เปรื่อง อนุมัติการขยายเวลาไม่ครบตามจำนวนบริษัท ซิโนไทยฯขอมา ทำให้นายจเร ถูกคำสั่ง ม.44 ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า ในเมื่อบริษัทรับเหมาก่อสร้างทราบอยู่แล้วว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะส่งมอบพื้นที่แต่ละส่วนไม่พร้อมกัน เหตุใดจึงไม่มีการวางแผนเพื่อรองรับเหตุการณ์เหล่านี้ และตั้งคำถามอีกว่า ทางบริษัทได้รับมอบพื้นที่ครบทั้งหมดในวันใด และแต่เดิม ห้องโถงชั้นล่างของรัฐสภาแห่งใหม่ที่ออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานที่รับลมจากธรรมชาติ แต่มีการปรับแก้ไขแบบให้มีเครื่องปรับอากาศ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า จะไม่ยอมเข้าไปนั่งในสภาที่มีการทุจริตอย่างแน่นอน

ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า พ่อของตนได้ก่อตั้งบริษัท ซิโนไทยฯมานาน 50 กว่าปีแล้ว และการที่ต้องมาชี้แจงในวันนี้ เพราะมีการพาดพิงว่า บริษัทซิโนไทยฯ ใช้อิทธิพลในการรับว่าจ้างและการต่อสัญญามาด้วย โดยยืนยันว่า ทุกครั้งที่ขยายสัญญา เพราะมีเหตุจำเป็นที่เกิดจากความผิดพลาดในการส่งมอบพื้นที่ไม่ใช่ความผิดของบริษัทซิโนไทยฯ และไม่เคยใช้อิทธิพลในการต่อสัญญา พร้อมยืนยันว่า การร่วมเสวนาในวันนี้ (31 มี.ค.) ไม่ได้มาในเรื่องของการเมืองใดๆทั้งสิ้น สำหรับการขยายเวลาการก่อสร้างตามที่นายวัชระตั้งข้อสังเกตนั้น นายอนุทิน ชี้แจงว่า สิ่งที่นายวัชระกล่าวหา ไม่มีความจริงทั้งสิ้น เป็นเพียงการคาดเดา อีกทั้งในช่วงการอนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง เป็นช่วงที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่นายชัย ชิดชอบ แต่อย่างใด สำหรับการกำหนดเวลาการก่อสร้าง 900 ตามสัญญานั้น ทางบริษัทซิโนไทยฯไม่ได้เป็นผู้กำหนด และหากการส่งมอบพื้นที่เป็นไปตามกำหนด ทางบริษัทก็ต้องก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลา 900 วันตามสัญญา ทั้งนี้ ผู้รับจ้างไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ไม่ใช่เจ้าของดิน ผู้รับจ้างเป็นผู้รอรับคำสั่ง บริษัทซิโนไทยฯไม่ได้รู้ล่วงหน้าได้ว่าจะส่งมอบพื้นที่ไม่ทันตามกำหนด รู้เพียงว่า หากส่งมอบพื้นที่เสร็จ บริษัทจะใช้เวลาก่อสร้าง 900 วัน แต่เมื่อการส่งมอบพื้นที่แล้วเสร็จเมื่อปี 2559 การก่อสร้างก็จะเสร็จในปี 2562 ตามสัญญา 900 วัน ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ทางบริษัททราบอยู่แล้วว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในการก่อสร้าง แต่บริษัทก็ต้องการรับจ้างงานเพื่อให้เป็นเกียรติประวัติแก่บริษัทซิโนไทยฯ ดังนั้น นายวัชระ สามารถเข้าไปนั่งในสภาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

พร้อมกล่าวถึงการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อติดตั้งระบบไอทีของรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ทางบริษัทซิโนไทยฯไม่เกี่ยวข้อง เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการของบประมาณ ยังไม่ได้ดำเนินการประกวดราคาเพื่อจ้างบริษัทเอกชนมาติดตั้งว่า งานระบบไอที ไม่ได้อยู่ในขอบเขตหรือเนื้องานที่บริษัทซิโนไทยฯต้องรับผิดชอบ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆในการออกแบบ จัดซื้อจัดหาระบบไอที เพราะงานระบบไอทียังไม่มีงบประมาณ ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติ ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสำนักงบประมาณ และยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อีกทั้งเรื่องระบบงานไอทีก็ไม่เกี่ยวข้องกับการขอขยายเวลาด้วย ดังนั้น ที่กล่าวหาว่า การขยายเวลา ทำให้รัฐเกิดความเสียหายนั้น ขอชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆ จึงขออย่ากล่าวหาว่าบริษัททำให้รัฐเสียหาย

ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปรายเรื่องการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ นายวัชระ ได้เปิดประเด็นเรื่องการเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาว่า นายอนุทิน เป็นคนพาบิ๊กบังนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อพูดคุยเรื่องการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทำให้นายอนุทินชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ มีหลายคนเดินทางไปด้วยและเห็นว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ทำให้เกิดความสมานฉันท์ในบ้านเมือง และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้วนายวัชระจะเปิดประเด็นเพื่อสิ่งใด

อย่างไรก็ตาม ในเวทีการเสวนาวันนี้ (31 มี.ค.) ได้มีผู้ร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย , และนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นต้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน