“บิ๊กตู่” ปัด! ลงพื้นที่หวังการเมือง ยันต่อให้ไม่มีใครมารับก็จะไป

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชายืนยันลงพื้นที่ไม่ได้มาเพราะการเมือง แต่มาเพื่อประชาชน

วันนี้(8พ.ค.)พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรที่จ.บุรีรัมย์ เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยยืนยันว่า ทุกครั้งที่ลงพื้นที่การจะพบกับใคร ที่ไหน เป็นเรื่องที่ทางจังหวัดเตรียมการให้ ซึ่งส่วนตัวพร้อมไปทุกที่โดยไม่มีการพบ หรือพูดคุยกับนักการเมืองท้องถิ่นเป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกับการพบนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้มาให้การต้อนรับวานนี้ ก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่ทั้งสองคนให้เกียรติ ขณะที่ประชาชนก็ต้องการมาพบตัวเองที่สนามด้วย ซึ่งผมก็ต้องไป แม้จะมีประชาชนมารับเพียงคนเดียว ตนก็พร้อมที่จะเดินทางไปหาประชาชนทุกพื้นที่
ทั้งนี้รัฐบาลต้องหาการร่วมมือในการปฏิรูปและเดินตามแผนยุทธศาตร์ชาติ ไม่เคยต้องการอะไรตอบแทนทั้งสิ้น ซึ่งการลงพื้นที่ทุกครั้งไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือเตรียมการรองรับการเลือกตั้ง
ผมไม่ได้มาการเมือง ครั้งนี้เขาจัดให้ไปสนามกีฬา ก็ไปสนามกีฬา หากจัดที่แม่น้ำผมก็ไปที่แม่น้ำหากจัดที่ป่า ผมก็ไปป่า เมื่อประชาชนอยากมาเจอ ผมก็มาเจอจึงขออย่าพูดให้เสียหาย ส่วนที่ไปขี่มอไซด์ก็เพราะเขาจัดให้ลอง ก็เลยลองขี่ แต่ก็ขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะตอนเขาโค้งเพราะกลัวล้ม ผมรู้ดีว่า สื่อมวลชนรอจับภาพตอนนี้ ที่อาจเกิดความผิดพลาดในการขับขี่ แต่ในทางตรงกันข้ามอยากให้มองว่า การแข่งขันจักรยานยนต์เป็นกีฬาที่คนทั่วโลกนิยม ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะมีนักแข่งใน กีฬาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและอดทน รวมถึงต้องใช้เความเร็วที่สูงถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหลวงพ่อคูณก็คงไม่อยู่ เพราะไปตั้งแต่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการลงพื้นที่ 2 วันที่ผ่านมา ในจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีปรองดองของประชาชน ซึ่งตรงนี้ถือเป็นกลไกสำคัญของชาติในการเดินหน้าประเทศ ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน