การเมือง

ลุ้น! อดีตพระพรหมเมธีได้สถานะลี้ภัยเยอรมัน

จับตาอดีตพระพรหมเมธีสัมภาษณ์ผ่านได้ลี้ภัยหรือไม่ หลังเข้าหลักเกณฑ์คุ้มครองสิทธิระหว่างขอลี้ภัย ไม่ถูกควบคุมตัว พ้น 3 เดือนเดินทางได้ทั่วเยอรมนี มีทนายความเยอรมันช่วยเรื่องคำร้อง

อดีตพระพรหมเมธีได้ลี้ภัยหรือไม่

ความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดและการติดตามจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง หลังจากรายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำประเทศเยอรมนี คุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ได้ที่สนามบิน ระหว่างเตรียมผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอดีตพระพรหมเมธีได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศเยอรมนี (ตม.) ทันทีที่เดินทางไปถึง โดยที่ทาง ตม.เยอรมันได้ส่งคำร้องขอลี้ภัยของพระพรหมเมธีไปยังสำนักงานผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BAMF) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรอสัมภาษณ์ ทำประวัติ เเละสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย โดยที่พระพรหมเมธีในขณะนี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยผู้ลี้ภัย

 สถานะของอดีตพระพรหมเมธี หลังจากได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยการลี้ภัยแล้วนั้น จะได้รับความคุ้มครองดูเเลเช่นเดียวบุคคลที่ยื่นคำขอลี้ภัยทั่วไป โดยจะไม่ถูกควบคุมตัว และในช่วง 3 เดือนแรกจะถูกจำกัดเขตพื้นที่ในการเดินทางห้ามเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่รับเรื่องดูแลผู้ลี้ภัยนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ใด แต่ภายหลังจาก 3 เดือนแล้ว อดีตพระพรหมเมธีจะสามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศเยอรมนี และในระหว่างพิจารณาคำขอลี้ภัยนี้ ทางการของเยอรมนีจะจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ผู้ยื่นคำขอลี้ภัย และจะได้รับใบอนุญาตให้พำนักอยู่ในเยอรมนีเป็นการชั่วคราว โดยที่จะมีทนายความซึ่งเป็นชาวเยอรมันเป็นผู้ช่วยเหลือดูเเลในเรื่องการขอลี้ภัยนี้อยู่ หากคำขอลี้ภัยได้รับการอนุมัติ ในช่วงแรกจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในเยอรมนีเป็นเวลา 3 ปี

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

 ส่วนการที่อดีตพระพรหมเมธีจะได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยนั้น ขั้นตอนในการสัมภาษณ์มีความสำคัญที่สุด โดยการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ลี้ภัยหรือไม่ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากการสัมภาษณ์นี้ ซึ่งจะมีล่ามช่วยในการแปลระหว่างการสัมภาษณ์ และมีสิทธิจะขอให้ทนายความชาวเยอรมันร่วมอยู่ในการสัมภาษณ์ด้วยได้ ซึ่งอดีตพระพรหมเมธีจะต้องแสดงเอกสารและพยานหลักฐานให้เห็นว่า ตนเองถูกกลั่นแกล้ง ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเพราะจากมูลเหตุทางศาสนา หรือทางการเมือง หรือจากเหตุอื่น ๆ เช่น อาจจะอ้างว่า การออกหมายจับ การจับสึกพระผู้ใหญ่โดยไม่ให้ประกันตัวในคดีที่ผ่านๆ มา มาจากความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง ซึ่งตนไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่น ๆ ที่มีความผิดร้ายแรงกว่าก็ได้